แนวข้อสอบ กพ ภาค ก

posted on 21 Jun 2011 01:22 by nawkosobkroo

ข้อสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเป็นข้าราชการ ชุดที่ 2

 
ดาวโหลดลิงค์ด้านล่างได้เลยนะครับ
 

http://www.ziddu.com/download/11979255/KorPor.rar.html 

วิชาความรู้ความสามารถทั่วไป                          เวลา 2.30 ชั่วโมง                       คะแนนเต็ม 100 คะแนน

คำสั่ง     - ก่อนลงมือทำข้อสอบนี้โปรดอ่านข้อแนะนำในการกรอก แบบฟอร์มในกระดาษคำ

                 ตอบหน้า 2 ก่อน ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของผู้เข้าสอบซึ่งหากไม่ปฏิบัติตามแล้ว เครื่อง

                 ตรวจกระดาษคำตอบ อาจไม่ตรวจกระดาษคำตอบของท่าน

              - ให้ตอบโดยเลือกคำตอบที่ถูกที่สุด ในแต่ละข้อเพียงคำตอบเดียว โดยให้ระบายวง

                 กลมตัวเลือกที่ต้องการให้เต็มวงในกระดาษคำตอบที่แจกให้

- ให้ส่งกระดาษคำตอบ และคำถามแก่กรรมการและห้ามนำออกนอกห้องสอบโดย

   เด็ดขาด

คำสั่ง ข้อ 1 – 2 ในคำถามแต่ละข้อ จะมีข้อสรุป 1 และข้อสรุป 2 ให้พิจารณาข้อสรุปดังกล่าว

                               โดย อาศัยเงื่อนไขตามโจทย์กำหนด และให้ตอบดังนี้

             ก. กรณีข้อสรุปทั้งสองเป็นจริงตามเงื่อนไข

             ข. กรณีข้อสรุปไม่เป็นจริงตามเงื่อนไข

             ค. กรณีสรุปทั้งสองไม่สามารถหาข้อสรุปได้แน่ชัดทั้งคู่

             ง. กรณีข้อสรุปที่ 1 และข้อสรุปที่ 2 ข้อสรุปใดข้อสรุปหนึ่ง เป็นจริง หรือไม่

             แน่ชัด ซึ่งไม่ซ้ำกับอีกข้อสรุปหนึ่ง

เงื่อนไขที่ 1 (ใช้ตอบคำถามข้อ 1 - 5)

1. ชาญชัย ไพบูลย์ สุเทพ สหชัย และปรีชา เป็นปลัดอำเภอ ซึ่งประจำอยู่อำเภอต่างๆ กัน

คือ อำเภอ ก ข ค ง และ จ (โดยไม่เรียงตามลำดับกัน)

2. ระยะห่างจากกรุงเทพฯ ถึงอำเภอทั้ง 5 ไม่เท่ากัน โดยอำเภอที่ใกล้ กรุงเทพฯที่สุด

ห่างจากกรุงเทพฯ 500 กิโลเมตร

3. ระยะห่างจากกรุงเทพฯ ถึงแต่ละอำเภอ หากนำมาจัดเรียงกันจะไดอนุกรมเลขคณิต

ซึ่งมีค่าความแตกต่างระหว่างพจน์เท่ากับ

4. ปลัดดังกล่าวจบรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์สาขาละ 2 คน และจบศิลปศาสตร์อีก 1 คน

5.ราษฎรของแต่ละอำเภอข้างต้นประกอบอาชีพต่างกัน คือทำนา ทำสวน ค้าขาย

6. สุเทพชอบทานผลไม้เป็นปลัดอำเภอ ซึ่งห่างจากกรุงเทพฯ 6 กิโลเมตร

7. สหชัยรับผิดชอบอำเภอที่ราษฎรมีอาชีพค้าขายและห่างจากกรุงเทพฯมา กที่สุด

8. คนที่จะเป็นปลัดอำเภอ ก. ต้องจบนิติศาสตร์ ส่วนอำเภอ ค. ไม่มีปลัดคนใดจบรัฐศาสตร์เลย

9. ปรีชาอยู่อำเภอที่ติดกับชานทะเล

10. ปลัดที่จบศิลปศาสตร์ ประจำอำเภอที่ราษฎรมีอาชีพเลี้ยงไก่

11. สหชัยจบนิติศาสตร์ ส่วนไพบูลย์ไม่ได้จบรัฐศาสตร์

12. อำเภอ ก. ตั้งอยู่ใกล้กรุเทพฯ มากกว่าอำเภอ ข.

13. ราษฎรอำเภอ ข. ประกอบอาชีพเลี้ยงไก่

14. อำเภอ ง. ซึ่ง อยู่ใกล้กรุงเทพฯ ที่สุด มีราษฎรประกอบอาชีพทำนา

 

1.        ข้อสรุปที่ 1              ไพบูลย์จบศิลปศาสตร์

            ข้อสรุปที่ 2              ปรีชาประจำอำเภอที่ราษฎรมีอาชีพทำการประมง

2.        ข้อสรุปที่ 1              ชาญชัยจบรัฐศาสตร์

             ข้อสรุปที่ 2              อำเภอ ข. ห่างจากกรุงเทพฯ 650 กิโลเมตร

3.        ข้อสรุปที่ 1              ถ้าชาญชัยอยู่อำเภอที่ใกล้กรุงเทพฯ มากที่สุด ปรีชาจะอยู่อำเภอที่

                                                ห่างจากกรุงเทพฯ 550 กิโลเมตร

             ข้อสรุปที่ 2              อำเภอ ก. ห่างจากอำเภอ ค. 100 กิโลเมตร

4.        ข้อสรุปที่ 1              สุเทพอยู่อำเภอที่ราษฎรประกอบอาชีพทำสวน

             ข้อสรุปที่ 2              อำเภอที่ราษฎรทำการประมงอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ น้อยกว่าอำเภอที่

                                                ราษฎรทำสวน

5.        ข้อสรุปที่ 1              ปลัดอำเภอ ค. และ จ. จบรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ตามลำดับ

             ข้อสรุปที่ 2              ระยะทางจากกรุงเทพฯ ถึงอำเภอ ข. กับถึงอำเภอ ค. ต่างกันอยู่ 100

                                                กิโลเมตร

เงื่อนไขที่ 2 (ใช้ตอบคำถามข้อ 6 - 10)

             1. นักเรียน ซึ่งเรียนอยู่คนละชั้น ระหว่างชั้น ม.1 – ม.6 มี 6 คนดังนี้คือดารณี โฉมฉาย จุรี

             สมศรี งามพักตร์ และชูศรี

             2. แต่ละคนเรียนในโรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่งต่อไปนี้คือ สตรีวิทยา ราชินี สตรีวัดระฆัง สตรี

             นนทบุรี และโรงเรียนวัดเทพลีลา แต่มี 2 คนที่เรียนโรงเรียนเดียวกัน แต่คนละชั้น

             3. แต่ละคนจะชอบดอกไม้ชนอดใดชนิดหนึ่งเพียงชนิดเดียว ยกเว้นจะระบุ เป็นอย่างอื่น

             4. ดอกไม้ที่แต่ละคนชอบ คือ กุหลาบ ทานตะวัน ดาวเรือง มะลิ ซ่อนกลิ่น และดอกเข็ม

             5. สมศรีเรียนชั้น ม.1 โดยอักษรตัวแรกของชื่อโรงเรียน ต่างกับอักษรตัวแรกของชื่อตนเอง

6. ผู้ที่อยู่ชั้น ม.5 เรียนที่โรงเรียนสตรีวิทยา 

             7. มีเพียงนักเรียนโรงเรียนสตรีวัดระฆังเท่านั้นที่ชอบดอกดาวเรือง

             8. โฉมฉายอายุอ่อนกว่าจุรี 1 ปี และทั้งสองอยู่โรงเรียนเดียวกัน

             9. นักเรียนทุกคนที่ชอบดอกดาวเรืองจะชอบดอกทานตะวันด้วย

             10. ดารณี อยู่ชั้นสูงกว่างามพักตร์ 3 ชั้น แต่ต่ำกว่าชูศรี ซึ่งมีอายุมากที่สุด

             11. โฉมฉายชอบดอกดาวเรือง ส่วนนักเรียนชั้น ม.2 ชอบดอกกุหลาบ

             12. นักเรียนโรงเรียนวัดเทพลีลาชอบดอกมะลิ ส่วนนักเรียนโรงเรียนราชินีเกลียดดอกเข็ม

             13. ผู้ที่ชอบดอกดาวเรืองเรียนอยู่ชั้นต่ำกว่าผู้ที่ชอบดอกมะลิ

6.        ข้อสรุปที่ 1              โฉมฉายอยู่ชั้น ม.3

             ข้อสรุปที่ 2              สมศรีอายุอ่อนที่สุด

7.        ข้อสรุปที่ 1              ชูศรีอยู่โรงเรียนสตรีวัดระฆัง

             ข้อสรุปที่ 2              สมศรีอยู่โรงเรียนวัดเทพลีลา

8.        ข้อสรุปที่ 1              ดารณีอยู่ชั้น ม.5 และชอบดอกเข็ม

             ข้อสรุปที่ 2              งามพักตร์อยู่ชั้น ม.2 โรงเรียนสตรีนนทบุรี

9.        ข้อสรุปที่ 1              ชูศรีชอบดอกซ่อนกลิ่น

             ข้อสรุปที่ 2              จุรีชอบดอกมะลิ

10.      ข้อสรุปที่ 1              นักเรียนที่อยู่ชั้น ม.6 ชอบดอกมะลิ

             ข้อสรุปที่ 2              นักเรียนที่ชอบดอกเข็มเรียนอยู่ชั้นสูงกว่านักเรียนที่เรียน

                                                โรงเรียนสตรีวัดระฆัง

เงื่อนไขที่ 3 (ใช้ตอบคำถามข้อ 11 - 15)

M  N      O = P  Q

S  R  (N + O)  (Q + P)      (R + S)

ทุกตัวอักษรมีค่ามากกว่า 0

11.      ข้อสรุปที่ 1              P  R

             ข้อสรุปที่ 2              O  S

12.      ข้อสรุปที่ 1              Q  R

             ข้อสรุปที่ 2              Q  S

13.      ข้อสรุปที่ 1              N  Q

             ข้อสรุปที่ 2              M  S

14.      ข้อสรุปที่ 1              2Q  (N + R)

             ข้อสรุปที่ 2              O  R/2

15.      ข้อสรุปที่ 1              S  P

             ข้อสรุปที่ 2              M  Q

เงื่อนไขที่ 4 (ใช้ตอบคำถามข้อ 16 - 20)

3/4 A  B = 3/2 C  3/7 D = 3E

                              2G  F      B  H

                              ทุกตัวอักษรมีค่ามากกว่า 0

16.      ข้อสรุปที่ 1              A  2B

             ข้อสรุปที่ 2              D  F

17.      ข้อสรุปที่ 1              B/2  G

             ข้อสรุปที่ 2              5A  4(B + C)

18.      ข้อสรุปที่ 1              2C  F

             ข้อสรุปที่ 2              G  C

19.      ข้อสรุปที่ 1              H  2E

             ข้อสรุปที่ 2              D  2A

20.      ข้อสรุปที่ 1              C  E

             ข้อสรุปที่ 2              5H  D

คำสั่ง ข้อ 21 -26 จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว จากคำตอบที่มีลักษณะ

                                 ความสัมพันธ์ หรือหลักเกณฑ์เช่นเดียวกับที่โจทย์กำหนดให้

21. ราชสีห์ : สิงโต :?:?

             ก. พยัคฆ์ : เสือโคร่ง                                               ข. นก : วายุภักษ์

             ค. ช้าง : คชสาร                                                         ง. มังกร : งู

22. คน : กวน :?:?

             ก. สุนัข : เชื่อง                                                           ข. ปิ้ง : ย่าง

             ค. แมว : นอนหวด                                                  ง. ทอด : ผัด

23. รถเมล์ : บ้าน :?:?

             ก. เส้นเลือดดำ : หัวใจ                                            ข. เท้า : กระเพาะอาหาร

             ค. พนักงานขับรถ                                                    ง. นายตรวจ : แม่บ้าน

24. ดอกหญ้า : ดอกฟ้า                 กระต่าย : ?

             ก. กระรอก                                                                 ข. ดวงจันทร์

             ค. ดวงดาว                                                                   ง. ดวงอาทิตย์

25. ลึกลับ : ร่องรอย : ?:?

             ก. สืบสวน : ปัญหา                                                 ข. เพชฌฆาต : ฆาตกรรม

             ค. สับสน : วุ่นวาย                                                   ง. มืด : มัว

26. ไข่แดง : ไข่ไก่ :?:?

             ก. ใยแมงมุม : แมงมุม                                          ข. กะลา : มะพร้าว

             ค. นิวเคลียส : เซลล์                                                ง. ซัง : ข้าวโพด

คำสั่ง ข้อ 27 – 32 เลขต่างๆ ทางซ้ายมือจะเรียงตามกฎเกณฑ์ หรือวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง

             ให้พิจารณาดูแล้วหาตัวเลขทางขวามือ จาก ก ข ค หรือ ง ซึ่งเป็นตัวเลขเพียงตัวเดียวที่

             จะนำมาต่อเข้ากับเลขชุดข้างหน้า ตามกฎเกณฑ์นั้นได้พอดี

27. 2   10   30   68   130   ..........

             ก. 222                                                                            ข. 202

             ค. 230                                                                            ง. 242

28. 2   16   54   128   250   ..........                             

             ก. 320                                                                           ข. 400

             ค. 432                                                                            ง. 530

29. 67   15   292   13   123   11   244   7   ..........

             ก. 122                                                                            ข. 495

             ค. 234                                                                           ง. 237

30. 99   92   73   36   -25   ..........

             ก. -50                                                                           ข. -102

             ค. -116                                                                          ง. -245

31. 9   20   5   14   27   11   19   34   17   ..........

             ก. 27                                                                              ข. 24

             ค. 18                                                                              ง. 22

32. 845   745   848   754   851   ..........

             ก. 854                                                                            ข. 760

             ค. 852                                                                          ง. 763

คำสั่ง ข้อ 33 – 38 จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

33. ถ้าเพิ่มด้านยาวและด้านกว้างของสี่เหลี่ยมผืนผ้าอีก 1 เท่าอยากทราบว่าพื้นที่จะเพิ่มขึ้นอีก

      กี่เปอร์เซ็นต์

             ก. 50                                                                                               ข. 75

             ค. 100                                                                                             ง. 300

34. ซื้อผลไม้ a บาท ได้ b ผล 5 ถ้าจะซื้อถึง c ผล แม่ค้าจะแถมให้ 1 ผล ถ้าซื้อผลไม้ c ผล      ราคาผลละเท่าไร

b

 

b(c + 1)

             ก.     ac                                                                                        ข.     b(c + 1)

 

a

             ค.     b(c + 1)                                                                              ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง

35. เฟือง 2 ตัว ตัวแรกมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 50 นิ้ว ตัวที่สองมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 32 นิ้ว หาก

      เฟืองตัวใหญ่หมุน 15 รอบ เฟืองตัวเล็กจะหมันกี่รอบ

             ก. 20 รอบ                                                                                     ข. 25 รอบ

             ค. 30 รอบ                                                                                     ง. 27 รอบ

36. เมขลาต่อตู้แล้วเสร็จใน 20 วัน ลุงทิมต่อตู้แบบเดียวกัน แล้วเสร็จใน 30 วัน และชนะชลต่อตู้

      แบบเดียวกันนี้แล้เสร็จใน 40 วัน ถ้าทั้ง 3 คน ช่วยกันจะต่อตู้เสร็จภายในกี่วัน

13

 

12

             ก.     95   วัน                                                                              ข.     120     วัน

 

12

 

7

             ค.     250     วัน                                                                          ง.     261     วัน 

37. ฟุตบอลทีม A ชนะมา 40 ครั้ง ในการแข่งขัน 60 ครั้ง ยังเหลือเกมส์การแข่งขันอีก 32 ครั้ง

      ทีมนี้จะต้องชนะกี่ครั้งจึงทำให้ทีมของเขามีชัยชนะเท่ากับ 75 เปอร์เซ็นต์

             ก. 26 ครั้ง                                                                                     ข. 28 ครั้ง

             ค. 29 ครั้ง                                                                                     ง. 30 ครั้ง

2

38. เลขสองจำนวน เมื่อเอา 1 ของจำนวนแรกรวมกับ 1 ของจำนวนหลัง แล้วได้

5

 

2

      ผลลัพธ์เป็น 45 และ 1 ของจำนวนหลังรวมกับ 1 ของจำนวนแรกได้ผลลัพธ์เป็น

       40 ผลต่างของเลขสองจำนวนดังกล่าวเป็นเท่าไร

             ก. 50                                                                                               ข. 60

             ค. 20                                                                                               ง. 10

 

คำสั่ง ข้อ 39 – 43 จงทำความเข้าใจข้อมูลจากตารางที่กำหนดให้เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมู ลในการ

ตอบคำถามในแต่ละข้อ

ตารางเปรียบเทียบประมาณการรายได้จากภาษีอากรกับภาษีอากรที่จัดเ ก็บได้ของรัฐบาลประจำปี

งบประมาณ 2523 – 2532

 

ภาษีอากร (ร้อยล้านบาท)

 

ปีงบประมาณ

ประมาณการ

จัดเก็บได้

2523

2524

2525

2526

2527

2528

2529

2530

2531

2532

837

1,003

1,063

1,296

1,373

1,455

1,496

1,652

1,786

2,383

823

959

1,004

1,203

1,315

1,419

1,463

1,761

2,249

2,796

39. ปีงบประมาณใดรัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้จากภาษีอากร ใกล้เคียงกับประมาณการ มาก

      ที่สุด

             ก. ปี 2523                                                                                        ข. ปี 2527

             ค. ปี 2529                                                                                        ง. ปี 2530

40. ภาษีอากรที่จัดเก็บได้ในปีงบประมาณ 2531 เพิ่มขึ้นจากที่จัดเก็บได้ในปีงบประมาณ 2530

      คิดเป็นร้อยละเท่าใด

             ก. 21.6                                                                                              ข. 27.7

             ค. 23.6                                                                                              ง. 31.5

41. ระหว่างปีงบประมาณ 2525 – 2529 รัฐบาลมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีอากรเฉลี่ยปีละเท่าใด

             ก. 1,331.2 ล้านบาท                                                                  ข. 1,282.8 ล้านบาท

             ค. 128,080 ล้านบาท                                                                 ง. 133,120 ล้านบาท

42. ในปีงบประมาณปีใด มีการประมาณการายได้ จากภาษีอากรมากกว่าที่จัดเก็บได้จริงเป็น

      อันดับสาม

             ก. ปี 2523                                                                                        ข. ปี 2524

             ค. ปี 2529                                                                                        ง. ปี 2527

43. ปีงบประมาณใดที่รายได้จากการจัดเก็บภาษีอากรมีมูลค่าเพิ่มขึ้นป ระมาณ 19.8%

             ก. ปี 2526                                                                                        ข. ปี 2528

             ค. ปี 2527                                                                                        ง. ปี 2524

คำสั่ง ข้อ 44 – 50 จงอ่านบทความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามในแต่ละข้อ

“เรื่องสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะต้องพูดกันในวันนี้ คือ อายุแห่งความคุ้มครองดังบัญญัติไว้ในส่วนที่ 2 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรมเช่นในมาตรา 18 บัญญัติไว้ว่า“ลิขสิทธิ์มีอายุตลอดชีวิตผู้ประพันธ์และต่อไปอีก 30 ปี ส่วนที่ออกโฆษนาเป็นตอน ๆ อายุแห่งความคุ้มครองเริ่มแต่วันโฆษณาตอนนั้น ๆ ถ้าผู้ประพันธ์ตายก่อนโฆษนาท่านว่าอายุลิขสิทธิ์มีกำหนด 30 ปี นับแต่โฆษนาหรือเช่นที่บัญญัติ ไว้ในมาตรา 18 ว่า อายุลิขสิทธิ์แห่งภาพยนตร์ท่านว่า มีกำหนด 30 ปี นับแต่วันถ่าย”

เทียบกับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินธรรมดา อายุในการคุ้มครองลิขสิทธิ์ เป็นหลักการพิเศษสำหรับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินธรรมดานั้น กล่าวเป็นโวหารกฎหมายว่า กรรมสิทธิ์เป็นของขลังตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ ไม่มีจำกัดในเวลาแห่งการเป็นเจ้าของ สมมุติว่า แดงเป็นเจ้าของที่ดิน 1 แปลง และสมมุติต่อไปว่า แดงไปกินยาวิเศษอะไรมา มีอายุได้ถึง 1,000 ปี แดงก็มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงนั้นอยู่ได้ถึง 1,000 ปี หรือแม้แดงจะมีอายุอย่างธรรมดา ตายลงเมื่ออายุ 60 – 70 ปี กรรมสิทธิ์ของแดงในที่ดินแปลงนั้นก็เป็นมรดกตกทอดไปถึงลูกถึงหล าน ยั่งยืนอยู่ได้เป็นพันๆ ปี ไม่มีกฎหมายกำหนดอายุไว้ให้กรรมสิทธิ์ของแดงสิ้นสุดไปด้วยการเว ลาแต่กรรมสิทธิ์หนังสือหรือที่เรียกว่า ลิขสิทธิ์มีหลักเป็นอย่างอื่น โดยทั่ว ๆ ไป คือ ลิขสิทธิ์ เป็นของผู้ประพันธ์เพียงชั่วชีวิตกับต่อไปอีก 30 ปีความสำคัญมีอยู่ว่าเมื่อสิ้นชีวิตของผู้ทรงลิขสิทธิ์และสิ้นร ะยะเวลาอีก 30 ปี หลังจากนั้นแล้วลิขสิทธิ์เป็นระงับเจ้าของจะหวงห้ามไม่ได้ ใครจะคัดลอกโฆษนาซ้ำก็ทำไม่เป็นผิด ไม่เป็นละเมิด ลูกหลานของผู้ทรงลิขสิทธิ์จะนำคดีไปฟ้องร้องเขาไม่ได้”

44. ข้อความนี้มีลักษณะอย่างไร

             ก. ชักชวนให้ปฏิบัติตาม                                                           ข. อธิบายเพื่อให้ความรู้

             ค. แสดงความคิดโต้แย้ง                                                           ง. แสดงความคิดสนับสนุน

45. ลิขสิทธิ์หมายถึงอะไร

             ก. กฎหมายคุ้มครองการเขียน

             ข. ระยะเวลาที่กฎหมายคุ้มครอง

             ค. ระยะเวลา 30 ปี นับแต่วันโฆษนา

             ง. กรรมสิทธิ์ในวรรณกรรมและศิลปกรรม

46. หนังสือที่ได้ลิขสิทธิ์จะมีกรรมสิทธิ์อย่างไร

             ก. มีกรรมสิทธิ์เพียงชั่วชีวิตของผู้เขียน

             ข. มีกรรมสิทธิ์เพียง 30 ปี

             ค. มีกรรมสิทธิ์ในชั่วชีวิตผู้เขียนและต่อไปอีก 30 ปี

             ง. ผิดทุกข้อ

47. ผู้พูดมีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร

             ก. ไม่เป็นธรรมแก่ผู้เขียน                                                         ข. ไม่เป็นธรรมแก่ทายาท

             ค. ควรเลิก พ.ร.บ. ฉบับนี้เสีย                                               ง. ไม่มีความเห็นแต่อย่างได

48. “กรรมสิทธิ์เป็นของขลัง ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้” หมายความว่าอย่างไร

             ก. ถึงจะขายไปแล้วก็ยังทรงสิทธิ์อยู่

             ข. เป็นของคงทนถาวร

             ค. เจ้าของยังคงมีสิทธิ์อยู่ตลอดไป

             ง. เป็นของที่ไม่ต้องดูแลรักษา

49. กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินธรรมดากับลิขสิทธิ์ ต่างกันอย่างไร

             ก. กรรมสิทธิ์ฯ มีอายุนานกว่าลิขสิทธิ์

             ข. ลิขสิทธิ์มีอายุนานกว่ากรรมสิทธิ์

             ค. กรรมสิทธิ์ฯ และลิขสิทธิ์มีอายุเท่ากัน

             ง. มีกฎหมายคุ้มครองทั้งสองอย่าง

50. ทายาทมีกรรมสิทธิ์ในลิขสิทธิ์อย่างไร

             ก. มีอยู่ตลอดไป

             ข. มีอยู่ต่อไปอีก 30 ปี

             ค. มีอยู่เท่าที่ตนมีชีวิตอยู่

             ง. มีอยู่ตามที่พินัยกรรมระบุไว้

คำสั่ง ข้อ 51 – 55 จลเติมคำลงในช่องว่างให้เหมาะสมที่สุดตามลำดับ

51.  .....................ให้เป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์นั้น ให้ออกให้เฉพาะบุคคลผู้มีภูมิรู้สอบได้

       ประโยคมัธยม 6 หรือผู้มีภูมิความรู้รอบตัวเป็นที่พอใจของเจ้าพนักงานผู้ออก

             ก. ใบรับรอง         ข. ใบอนุมัติ          ค. ใบอนุญาต       ง. ใบประกาศนียบัตร

52. เชียงรายเป็น...................ของคุณวารุณี เธอเป็นคนมี...................มั่นคงคนหนึ่งทีเดียว แต่ง

      กายดู....................เสมอ เพราะ...................เหยียบขั้นเศรษฐี

             ก. พื้นฐาน   ถิ่นฐาน   ภูมิฐาน   ฐานะ                          ข. ถิ่นฐาน   ฐานะ   ภูมิฐาน   พื้นฐาน

             ค. ถิ่นฐาน   หลักฐาน   ภูมิฐาน   ฐานะ                        ง. พื้นฐาน   ถิ่นฐาน   ภูมิฐาน   หลักฐาน


53. “ในครอบครัวนั้นนอกจากจะต้องมีความรัก ความอบอุ่นแล้ว หัวหน้าครอบครัวยังต้อง

       มี....................สนองความจำเป็น....................ของค รอบครัวได้ด้วย เพราะความขัดสนไม่อาจ

       จะ....................ความรักของครอบครัวให้ยืนยาวได้”

             ก. ความสามารถ   พื้นฐาน   หล่อเลี้ยง                              ข. ความอุตสาหะ   เบื้องต้น   เลี้ยงดู

             ค. ความต้องการ   เบื้องแรก   เลี้ยง                                                        ง. ความพยายาม   ขั้นต้น   หล่อ

54. “ ปล่อยให้ความดันโลหิตสูงขึ้นโดยไม่ควบคุม.............มีผลกระท บกระเทือน..............อวัยวะ

        สำคัญหลายอย่างของร่างกาย ได้แก่ หัวใจ สมอง ไต และเส้นโลหิต เป็นต้น อาจทำให้หัวใจวาย

        เส้นโลหิตในสมองแตก ไตพิการ..............อาจเร่งให้เส้นโลหิตตีบตันเร็วขึ้น...... ........ไขมันเกาะ

        หลอดโลหิต”

             ก. ถ้า   จะต่อ   จากนี้   และ                                                  ข. หาก   คง   กับ   และ   เหตุเพราะ

             ค. ถ้า   คง   แก่   และ   เนื่องจาก                                      ง. หากจะ   ต่อ   ทั้งยัง   เพราะ

55. “หัวหน้าคนงานเป็นคนที่ร่างสูง ผิว..............ใบหน้า..............แดด ผม..............ค่อนข้างยาว

        กล้ามเนื้อแน่นดูแข็งแรง และสีหน้าที่ดู...............อยู่ตลอดเวลา ทำให้ดูหน้าแกรงขาม แต่

        ประหลาดที่เขาสามารถใช้ภาษาที่...............ได้”

             ก. เกรียม   กร้าน   สละสลวย   เหู๊้ยมเกรียม   สลวย

             ข. กร้าน   เกรียม   สลวย   เหู๊้ยมเกรียม   สละสลวย

             ค. กร้าน   เหู๊้ยมเกรียม   สลวย   เกรียม   สละสลวย

             ง. เกรียม   กร้าน   สลวย   เหู๊้ยมเกรียม   สละสลวย

คำสั่ง ข้อ 56 – 57 จงเลือกตอบว่าข้อความใดใช้ไม่รัดกุม หรือไม่ถูกต้องตามหลักภาษา

56.      ก. กลองเป็นของสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับบ้านเมือง

             ข. ใช้เป็นหลักสำหรับบอกให้รู้เวลา

             ค. ในสมัยที่ยังไม่มีนาฬิกาใช้กันทั่วไป

             ง. ต้องอาศัยกลองเป็นสัญญาณ

57.      ก. ที่เรียกว่าฉันทลักษณ์ด้วยมีความประสงค์

             ข. ให้มีชื่อตรงกับไวยากรณ์ในภาษาบาลี

             ค. ที่ท่านจำแนกไว้เป็นอักขรวิธี วจีวิภาค วาทยสัมพันธ์ ฉันทลักษณ์

             ง. ซึ่งไวยากรณ์ในภาษไทยเราได้อิงอาศัยมาสร้างขึ้นไว้เป็นหลัก

คำสั่ง ข้อ 58 – 60 จงพิจารณาคำหรือกลุ่มคำที่ขีดเส้นใต้ และมีตัวเลข 1 2 หรือ 3 กำกับอยู่

                               แล้วเลือกตอบดังนี้

ตอบ ก.                ถ้าคำหรือกลุ่มคำที่ขีดเส้นใต้ทั้ง 3 กลุ่ม ใช้ได้รัดกุม และถูกต้องตามหลัก

                               ภาษา

ตอบ ข.                ถ้าคำหรือกลุ่มคำที่ขีดเส้นใต้เฉพาะกลุ่ม 1 และกลุ่ม 2 ใช้ได้รัดกุมและถูกต้อง

                               ตามหลักภาษา

ตอบ ค.                ถ้าคำหรือกลุ่มคำที่ขีดเส้นใต้เฉพาะกลุ่ม 1 และกลุ่ม 3 ใช้ได้รัดกุมและถูกต้อง

                               ตามหลักภาษา

ตอบ ง.                 ถ้าคำหรือกลุ่มคำที่ขีดเส้นใต้เฉพาะกลุ่ม 2 และกลุ่ม 3 ใช้ได้รัดกุมและถูกต้อง

                               ตามหลักภาษา

1

58. การยิงปืนเพื่อแสดงความเคารพนั้น เราเรียกว่ายิงสลุด  การยิงสลุดเป็นการแสดงความ                                                 

3

 

2

      เคารพให้แก่ชาติ หรือ บุคคล จำนวนนัดที่ยิงก็มีเกณฑ์ตามควรแก่เกียรติยศของผู้หรือสิ่ง

      ควรรับการเคารพ

1

59. อัตวิสัยหมายถึงเรื่องหรือภาพ ของสิ่งทั้งหลายที่ผู้เขียนอาจนำมาใช้เป็นเค้าโครง โดยวิธี                                                                                                                                                                          

1

       นึกหรือคิดเห็นในใจ ภาวะวิสัย เป็นภาพที่สร้างขึ้น จากประสบการของผู้เขียน                                                                                             

2

 

1

60. นักประพันธ์ควรเขียนเรื่องที่แนะให้คนคิด  นักเขียนหลายหนีความจริง  โดยที่สร้างโลก                                                                                                                            

3

  ใหม่ขึ้น  โดยการไม่ยอมรับสภาพชีวิตจริง  ทำให้ผู้อ่านพลอยหนีโลกแห่งความจริงไปด้วย               

61.  ข้อใดเรียงลำดับความถูกต้องที่สุด

                 1. ประโยคเดียวกัน

                 2. เมื่อพูดแล้ว

                 3. ก็ถือว่ามีความหมายเช่นกัน

                 4. ทำให้เกิดผลต่างกัน

                 5. ความหมายของคำพูด

                 6. ขึ้นอยู่กับข้อความแวดล้อม

                 7. และขึ้นอยู่กับผลที่เกิดจากคำพูดนั้นๆ

                 ก. 5 2 6 7 3 1 4                                                                          ข.5 6 7 1 2 4 3

                 ค. 1 2 4 3 5 6 7                                                                        ง. 1 5 2 6 4 3 7

62. ข้อใดเรียงลำดับเนื้อความได้เหมาะสม

                 1. เมื่อนั่งออกจากเทลอะวีฟ  จะกลับเข้าเยรูซาเล็ม  สองข้างทางแลไปไกลลิบเห็นมีแต่ภูเขาสีแสด

                 2. ไม่มีร่องรอยของความแห้งแล้ง  สีเขียวของต้นไม้กับสีแสดของหินทราย  ตัดกันเฉียบขาดน่าดู

                 3. เคยได้ยินมาว่า  อิสราเอลมีความสามารถในการทำทะเลทรายให้เป็นสีเขียวมาได้เห็นกั บตา

                 4. ไม่มีต้นไม้ใบหญ้า  แต่ที่มองเห็นใกล้ๆคือไรส้มสุดสายตา  ต้นไม้ใบเขียวชอุ่ม

          5. ทรัพยากรบุคคลดี บวกกับเทคโนโลยีที่เหมาะสม  ทำให้คนใช้ประโยชน์จากทรัพยากร

                 ก.1 3 2 4 5                                                                                      ข. 3 5 1 4 2

                 ค.3  4 2 5                                                                                        ง.5 3 1 4 2

63. เนื้อความต่อไปนี้  เรียงลำดับใจความได้ตามภาษาเขียนที่ถูกต้องตรงกับข้อใด

          1. การซึมซาบให้พระคุณของบิดามารดา  จึงเป็นความกตัญญูหมายเลขหนึ่งของบุคคลทุก ชาติทุก

                     ศาสนา

                 2. เพราะเป็นบุคคลแรกที่ทำให้เกิด  ให้ปัจจัยเครื่องยังชีพ  ให้ความรู้  ให้การอบรมทางอุปนิสัยที่ดี

         3. ก็สุดวิสัยที่เขาจะรู้คุณเพื่อนบ้านและเพื่อนมนุษย์

                 4. บัณฑิตทั้งหลายมีพระพุทธเจ้า  เป็นต้น  ยกบิดามารดาเป็นบุคคลแรกในโลก

                 5. หากคนใดที่จิตทราม  จนไม่รู้คุณบิดามารดาแล้ว

                 ก.1 2 4 5 3                                                                                      ข.1 4 2 5 3

                 ค.4 2 5 3 1                                                                                      ง.4 5 3 1 2

64.จงเรียงลำดับข้อความนี้ให้เหมาะสม

                 1. เนื่องจากคาเฟอีนสามารถผ่านตามกระแสเลือด  เข้าสู่สมองได้ภายในเวลาเพียงสิบห้านาที

                 2. แต่ถ้าคุณรู้สึกตื่นเต้นอยู่แล้ว  คาเฟอีนสักถ้วยก็จะทำให้คุณกระปรี้กระเปร่าขึ้น

                 3. ถ้าหากคุณรู้สึกตื่นเต้นอยู่แล้ว  คาเฟอีนก็มีอิทธิพลน้อยที่สุดเช่นกัน

                 4. มันจึงมีพลังอำนาจมากที่สุด  ในขณะที่คุณมีความตื่นตัวอยู่น้อยที่สุด

                 5. คาเฟอีนสามารถสร้างสภาวะของการตื่นตัวให้เกิดขึ้นได้

                 ก.1 4 2 3 5                                                                                      ข.1 3 2 4 5

                 ค.5 4 3 2 1                                                                                      ง.5 3 2 4 1

65. จงเรียงลำดับข้อความนี้ให้เหมาะสม

                  1. รถดับเพลิงจึงไม่สามารถเข้าไปได้

                  2. เพื่อสกัดและดับเพลิง

                  3. ด้วยเหตุนี้  เราจึงคิดสร้างรถดับเพลิงเล็กขึ้น

                  4. รถดับเพลิงก็รีบรุดมายังที่เกิดเหตุ

                  5. เมื่อเกิดเพลิงไหม้ขึ้นที่ตลาดแห่งหนึ่ง

                  6.เหตุการณ์ดังตัวอย่างนี้ เกิดขึ้นบ่อยครั้ง

                  7. แต่ทางเข้าตลาดนั้นแคบมาก

                  ก. 2 4 5 6 7 1 3                                                                       ข.4 2 6 5 7 1 3

                  ค.5 2 7 1 6 3                                                                             ง.6 4 2 7 1 5 3

คำสั่ง  ข้อ 66-69 จงพิจารณาคำ  หรือกลุ่มคำที่ขีดเส้นใต้ในข้อความที่กำหนดให้แล้ว  เลือกตัวเลือก ก.ข. ค.

                 หรือ ง. ที่มีความหมายตรงกับคำ  หรือกลุ่มคำที่ขีดเส้นใต้มากที่สุดและที่มีความหมายสอดคล้องกับ

               ข้อความที่กำหนดให้นั้น

66. ตำแหน่งที่จะเขียนเชิงอรรถ  มักเขียนไว้ท้ายเล่มหนังสือ  หรือบางทีเขียนไว้ท้ายหน้าของแต่ละหน้า

                 ก. รายละเอียดเรื่อง                                                                    ข. บัญชีรายชื่อหนังสือค้นคว้า

                 ค. หลักการจัดรูปเล่มหนังสือ                                            ง. ข้ออ้างอิง  หรือคำอธิบาย

67. ประชาทัณฑ์หมายถึง  การลงโทษผู้กระทำผิดนอกสารบบอาญายุติธรรม

                 ก. บัญชีเรื่อง                                                                                ข. ระเบียบ

                 ค.กฎหมาย                                                                                       ง.แบบแผน

68. คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้กรมธนารักษ์ตั้งงบประมาณผูกพัน  เป็นรายปี  สำหรับก่อสร้างศูนย์บ้านพัก

      ข้าราชการในส่วนภูมิภาค  ปีละ 10 จังหวัด

                 ก. เงินรายรับที่ได้จากรายจ่าย                                                ข. เงินรายรับรายจ่ายประจำปี

                 ค. เงินรายจ่ายที่จำเป็น                                                             ง. เงินที่กำหนดไว้เป็นรายจ่ายที่เกี่ยวเนื่องกัน

69.วัดนี้ตามตำนานกล่าวว่าเป็นวัดโบราณ  และเป็นวัดราษฏร์  การสร้างวัดนี้แต่เดิมไม่ปรากฏหลักฐาน  ว่า

     ท่านผู้ใดสร้าง

                 ก. ไม่มีรายละเอียด                                                                    ข. ไม่ได้กล่าวไว้ในหนังสืออ้างอิง

                 ค. ไม่มีผู้ใดยืนยันความถูกต้อง                                         ง.ไม่มีสิ่งใดยืนยันให้แน่ชัด

คำสั่ง ข้อ 70-75 จงอ่านข้อความที่กำหนดให้  แล้วตอบคำถามโดยพิจารณาเลือกตัวเลือก ก.ข.ค. และ ง.

               ที่ถูกต้องที่สุด

70.เสียงของคำ  เพี้ยนและกลายได้  ความหมายก็เพี้ยนและกลายได้ทำนองเดียวกันเพราะเสียงและความ

   หมายเป็นของคู่กัน ถ้าแยกกันแต่ละส่วนก็ไม่เป็นคำพูดในภาษาเพราะมีแต่เสียงอย่างเด ียวก็เป็นเสียงที่         

     ปราศจากความหมาย  ถ้ามีแต่ความหมายก็เป็นแค่ความในใจเมื่อไม่เปล่งเสียงออกมาก็ไม ่มีใครทราบ

     ข้อความนี้สรุปว่าอย่างไร

                 ก.ทั้งสองและความหมายเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้

                 ข.ความสัมพันธ์ของเสียงและความหมายอยู่ที่การสื่อสาร

                 ค.การสื่อสารด้วยเสียงที่มีความหมายเป็นการสื่อสารที่สมบูรณ์ที ่สุด

                 ง.ในการสื่อสารต้องใช้เสียงและความหมายประกอบกันจึงเข้าใจกัน

71.พินัยกรรมหรือคำสั่งแสดงความตั้งใจครั้งสุดท้าย  ที่จะยกทรัพย์สินวางข้อกำหนดใดๆเกี่ยวกับทรัพย์ของ

      ตน  อันจะให้เกิดเป็นผลบังคับได้ตามกฎหมายเพื่อตนตายแล้ว

      ข้อความนี้สรุปว่าอย่างไร

72. ความคิดเรื่องสหกรณ์  เป็นความคิดแบบสังคมนิยมโดยแท้  แต่การสหกรณ์ก็มีผู้นำใช้ได้ผลดี

      เศรษฐกิจแบบนายทุนนั้นหลายแห่ง

                   ก.สหกรณ์เป็นอุดมคติของสังคมนิยม  แต่ใช้ได้ไม่เหมาะกับประเทศแบบทุนนิยม

                    ข.สหกรณ์เป็นอุดมคติทางเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมแต่บางประเทศแบบทุน นิยมก็ใช้ได้ผลดี

                   ค.สหกรณ์เป็นเครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศสังคมนิยมแต่ขัดก ับระบบเศรษฐกิจทุนนิยม

                   ง.สหกรณ์เป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมและแบบทุนนิยมด้ วย

73.ห้ามมิให้คนทำงานในที่มีเสียงดังเกิน 85  เดซิเบล  เป็นเวลานาน 8 ชั่วโมง  ใน 5 วันของสัปดาห์

                 ก.คนงานจะให้เวลาทำงานวันละ  8 ชั่วโมง  ติดต่อกันถึง 5 วัน  ในที่นี่มีเสียงดังขึ้นเกิน 85 เดซิเบล

             ไม่ได้

          ข. คนงานจะใช้เวลาทำงานวันละ 8 ชั่วโมง ติดต่อกันถึง 5 วัน  ในที่ที่มีเสียงดังเกิน 85 เดซิเบล

                   ไม่ได้

                 ค.ในหนึ่งสัปดาห์  คนงานสามารถทำงานวันละ 8 ชั่วโมง  ในที่ที่มีเสียงเกินกว่า 85 เดซิเบล 

                     ได้ไม่เกิน  2 วัน

                 ง. คนงานจะทำงาน 8 ชั่วโมง  ใน 5 วัน ในที่ที่มีเสียงดังเกินกว่า 85 เดซิเบลไม่ได้

74. ผงซักฟอกที่ใช้อยู่มีผลทำให้พืชน้ำเจริญเติบโต  เพราะว่ามีสารอาหารที่เป็นปุ๋ยของพืช  แต่จะมีผลทำให้น้ำ

       เสียในระยะหลัง  เพราะว่าพืชจะดึงออกซิเจนในน้ำมาใช้ในการหายใจ

       ข้อความนี้ตีความหมายอย่างไร

                 ก. ผลซักฟอกมีส่วนทำให้น้ำเสีย

                 ข. พืชน้ำเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่น้ำเสีย

                 ค. ผงซักฟอกให้ประโยชน์แก่มนุษย์ได้หลายอย่าง

                 ง. พืชน้ำจะไม่ใช้ออกซิเจน  ในอากาศมาปรุงอาหาร

75. ประตูสามยอดเป็นประตูกำแพงเมืองซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยสร้างเป็นประตูสามช่องมียอดทั้ง

      สามช่อง ตั้งแต่นั้นมา  ชาวบ้านก็พากันเรียกประบั้นท้ายังกล่าวว่า “ประตูสามยอด”

                 ก.ชาวบ้านเป็นผู้สร้างประตูกำแพงเมือง

                 ข.”ประตูสามยอด”ได้ชื่อจากลักษณะการสร้าง

                 ค. ประตูกำแพงเมืองนิยมสร้างให้มียอดเสมอ

                 ง. เริ่มการสร้างประตูกำแพงเมืองในสมัยรัชกาลที่ 5

คำสั่ง  จงอ่านบทความที่กำหนดให้  แล้วตอบคำถามข้อ  76-79 โดยพิจารณาตัวเลือก ก.ข.ค.หรือ ง. ที่ถูกต้อง

             ที่สุด  ทั้งนี้ให้ยึดเนื้อความในบทความเป็นหลัก

             หนังสือหรือข้อเขียนใดๆคือ สิ่งที่มนุษย์เขียนขึ้น  การเขียนจึงหมายถึง  สิ่งที่มนุษย์คิดออกมาเป็นตัวอักษร  มนุษย์คิดออกมาเป็นตัวอักษร  มนุษย์เขียนอะไร  คำตอบคือ มนุษย์เขียนสิ่งที่ตนเองรู้หรือคิดถ้านั้นการอ่านคืออะไร  การอ่านคือความหมายที่จะถ่ายทอดสิ่งที่มนุษย์เขียนไว้กลับออกมา เป้นความคิด  เมื่อพิจารณาอย่างนี้แล้ว  ย่อมเห็นว่า  การอ่านกับการเขียนเป็นของคู่กันมีความสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่อ อก

  อย่างไรก็ตามจึงจะเรียกว่า  อ่านดี  หรือ เขียนดี  เรื่องนี้นักปราชญ์ทางภาษาได้ให้ทรรศนะไว้ว่า “ผู้เขียนแสดดงความคิดอย่างไร  ผู้อ่านก็ได้ความคิดอย่างนั้น  เอนเอียงไปตามนั้น  หรือปฏิบัติตามนั้น”อย่างนี้เรียกว่าเขียนดี  และ “ผู้เขียนแสดงความคิดเห็นอย่างไร  ผู้อ่านเข้าใจได้หมดรู้เท่าทันทุกความคิดแต่ผู้อ่านมีความคิดเป ็นของตนเอง  รู้จักวิเคราะห์เลือกรับแต่ความคิดที่เป็นประโยชน์  ขจัดความคิดที่ไร้สาระออกไป  เพราะอ่านอย่างมีวิจารณญาณ”อย่างนี้เรียกว่า อ่านดี

76. บทความนี้กล่าวถึงเรื่องอะไร

                 ก.การเขียนหนังสือ                                                                   ข.การเขียนกับการอ่าน

                 ค.การเป็นนักอ่านที่ดี                                                              ง. การอ่านขั้นใช้วิจารณญาณ

77. การเขียนที่ดีจะต้องมีลักษณะอย่างไร

                 ก. ผู้อ่านเข้าใจความหมายของข้อเขียนได้ตรงกับที่ผู้เขียนต้องการ

                 ข. ผู้เขียนใช้เหตุผลและหลักฐานต่างๆประกอบการเขียน

                 ค. ความคิดที่แสดงออกมาทันสมัยและเป็นจริง

                 ง.ภาษาที่ใช้สละสลวยและเข้าใจง่าย

78.ที่กล่าวว่า “อ่านดี”หมายความว่าอย่างไร

                 ก.อ่านเอาจริงเอาจัง

                 ข.เลือกอ่านเฉพาะบางตอนที่ดีและมีสาระ

                 ค.อ่านแล้วมีความรู้สึกคล้อยตาม

                 ง. อ่านแล้วได้ความรู้และความคิด

79.ผู้เขียนมีความประสงค์จะเน้นสิ่งใด

                 ก.การเขียนและการอ่านที่ดี

                 ข.ความสัมพันธ์ระหว่างการเขียนกับการอ่าน

                 ค.ความสัมพันธ์ระหว่างผู้เขียนที่ดีกับผู้อ่านที่ดี

                 ง.ความสามารถในการเขียนและการอ่าน

คำสั่ง  จงอ่านข้อความที่ยกมาให้  แล้วตอบคำถามข้อ 80-85

           คำว่า  “นาง”แปลว่า  หญิง มาตั้งแต่เดิม  มิได้จำกันว่า  หญิงสามีแล้วจึงใช้คำนำหน้าว่า นาง นางในวรรณคดีหรือนิยาย  นิทานทั้งหลาย  ล้วนเป็นนาง  และใช้นางเป็นคำแทนชื่อหญิงตำแหน่งต่างๆอย่าง นางพระกำนัล  นางสนองพระโอษฐ์ หรือคำว่า  นางใน  ก็ไม่ได้ใช้บอกว่าเป็นผู้มีสามีหรือยังไม่ม

ผู้ชายเป็นนายได้ตลอดชาติ  ผู้หญิงก็ควรจะเป็นนางในความหมายที่แปลว่าผู้หญิงได้ตลอดไปเหมื อนกัน  ก่อนแต่งงานเป็นนาง  แต่งงานก็เป็นนาง  อย่าแล้วกลับมาใช้สกุลเดิมก็เป็นนาง  ไม่มีตรงไหนที่กำหนดเอาไว้ว่า  ตอนไหนเป็นสาวหรือไม่สาว  มีผู้ข้องใจอยู่เหมือนกันว่า  ผู้หญิงที่อย่าแล้วกลับมาใช้ชื่อสกุลเดิม  ทำไมจึงใช้คำนำหน้าว่านางสาวไม่ได้มาแยกเป็นนางกับนางสาวไม่เป็ นผลดีแก่ผู้หญิง  ผู้ชายไม่มีคำจำกัดสถานภาพของความเป็นโสดหรือไม่โสด  ผู้หญิงก็ควรมีสิทธิเช่นนั้นด้วย

80.จาดเรื่องที่ยกมาให้อ่าน คำว่า “นาง”มีความเป็นอย่างไร

                 ก.มีความหมายอย่างเดียว                                                         ข.มีความหมายสองอย่าง

                 ค.มีความหมายมากกว่าสองอย่าง                                       ง.มีความหมายไม่แน่ชัด

81.คำว่า  นาง ที่นำหน้า สีดา  บุษบา ศกุนตลา  มีความหมายว่าอย่างไร

                 ก.หญิง                                                                                                ข.หญิงมีอายุ

                 ค. หญิงมีสามีแล้วอย่า                                                               ง.หญิงที่ไม่เป็นโสด

82. จากคำว่า นางใน นางสนม นางสนองพระโอษฐ์ ฯลฯ คำว่า นาง ทำให้เราทราบอะไร

                 ก. ผู้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้มีสามี                             ข.ผู้ดำรงตำแหน่งนั้นยังไม่มีสามี

                 ค.ผู้ดำรงตำแหน่งนั้นได้อย่าจากสามีแล้ว                       ง.ไม่มีข้อถูก

83.ผู้เขียนต้องการให้ใช้คำว่า “นาง”อย่างไร

                 ก.นำหน้าชื่อหญิงที่เป็นสาวโสด                                        ข.นำหน้าชื่อหญิงที่มีสามี

                 ค.นำหน้าชื่อหญิงที่เลิกร้างกับสามีแล้ว                          ง.ถูกทุกข้อ

84.ผู้เขียนมีความเห็นว่าผู้ชายใช้คำนำหน้าชื่อว่า “นาย” อย่างไร

                 ก.ใช้ตลอดอย่างปัจจุบันที่ใช้อยู่                                           ข.ใช้ตอนก่อนแต่งงาน

                 ค.ใช้เมื่อแต่งงานแล้ว                                                                ง.ใช้เมื่ออย่ากับภริยาแล้ว

85. ผู้เขียนเห็นว่า  เกิดการเปรียบในเรื่องใด

                 ก.สิทธิในการแต่งงาน

                 ข.สิทธิในการใช้คำบอกความเป็นโสดหรือไม่โสด

                 ค.สิทธิในการดำรงตำแหน่งงานราชการ

                 ง.สิทธิในการใช้ชีวิตอย่างอิสระ

คำสั่ง  จงอ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 86-90

                 อนึ่งในสมัยที่สังคมไทยเป็นสังคมเกษตร  และไม่ถูกอิทธิพลจากวัฒนธรรมอื่นมาบังคับให้เปลี่ยนแปลง ในที่นี้ภาวะบังคับเกิดขึ้นตามธรรมชาติไม่ได้จงใจจะกล่าวโทษคนจ ากถิ่นอื่น  ความเจริญเติบโตทางเพศกับภาวะเศรษฐกิจสอดคล้องกัน  จะเห็นจากนิยายต่างๆและวรรณคดีตัวเอกของไทยเราอายุ 15-17 คนก็เริ่มมีความต้องการทางเพศ  ก็พร้อมที่จะตั้งครอบครัวภายในระบบเศรษฐกิจของสังคมเกษตร  แต่สมัยนี้ภาวะเศรษฐกิจบังคับให้มนุษย์ต้องยับยั้งความต้องการท างเพศไว้จนกว่าจะมีความพร้อมที่จะตั้งครอบครัวซึ่งห่างไกลกันปร ะมาณ  10 ปี  จะเห็นว่าเป็นการฝึกธรรมชาติเพียงใด  และมนุษย์ในปัจจุบันนี้จะต้องพยายามใช้สมอง  ใช้สมรรถภาพทางใจ  สร้างระเบียบทางใจขึ้นให้เหมาะแก่สภาพสังคมของตน

86. ข้อใดสรุปสาระของข้อความทั้งหมดได้ถูกต้อง

                 ก. ภาวะฝืนธรรมชาติซึ่งหนุ่มสาวในสังคมไทยในปัจจุบันประสบอยู่เกิด จากอิทธิพลวัฒนธรรม

                 ข.ปัจจุบันความเจริญเติบโตทางเพศ  ไม่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ  ทำให้คนยุคนี้ต้องสร้างระเบียบ

                     ทางใจขึ้น

                 ค. มนุษย์จะต้องรู้จักยับยั้งความต้องการทางเพศไว้ จนกว่าจะมีความพร้อมในการตั้งครอบครัว

                 ง.นิยายและวรรณคดีไทย  ชี้ให้เห็นว่าในสมัยก่อนคนมีอายุ 15-17 ปี  ก็มีความต้องการทางเพศ  และ

                    พร้อมจะตั้งครอบครัวได้แล้ว

87. ถ้าจะใช้เครื่องหมายวงเล็บ  สำหรับข้อความขยาย  จะใช้ข้อความใด

                 ก. ในที่นี้  ภาวะบังคับเกิดขึ้นตามธรรมชาติ  ไม่ได้จงใจจะกล่าวโทษคนจากถิ่นอื่น

                 ข. จะเห็นจากนิยายต่างๆและวรรณคดี  ตัวเอกของไทยเราอายุ 15-17 ก็เริ่มมีความต้องการทางเพศ

                 ค.ซึ่งห่างไกลกันประมาณ 10 ปี จะเห็นว่าการฝืนธรรมชาติเพียงใด

                 ง. และมนุษย์ในปัจจุบันนี้จะต้องพยายามใช้สมอง  ใช้สมรรถภาพทางใจ

88. ข้อใดไม่ใช่สิ่งจำเป็นเมื่อ  “ความเจริญเติบโตทางเพศกับภาวะเศรษฐกิจสอดคล้องกัน”

                 ก.ระเบียบทางใจ                                                               ข.ความต้องการทางเพศ

                 ค.การฝืนธรรมชาติ                                                                   ง.การใช้สมรรถภาพทางใจและสมอง  

89. ข้อเขียนนี้สนับสนุนความเห็นในข้อใด

                 ก.สภาพสังคมไทยปัจจุบันไม่เหมาะกับคนไทย

          ข.หนุ่มสาวสมัยใหม่ไม่มีความยับยั้งในเรื่องเพศ

                 ค.เราแต่งงานช้าไปกว่าเดิมอีก 10 ปี

                 ง.ในภาวะที่จะต้องฝืนธรรมชาติควรสร้างระเบียบทางใจขึ้น

90.จากข้อความนี้  ทำให้เราเข้าใจหนุ่มสาวปัจจุบันอย่างไร

                 ก.มีความต้องการทางเพศช้าลงเพราะต้องเรียนหนังสือมากขึ้น

                 ข. มีความต้องการทางเพศเร็วขึ้น  แต่ต้องแต่งงานช้าลง

                 ค.ต้องยับยั้งและฝืนธรรมชาติอย่างมาก

                 ง.มีทางออกในเรื่องอื่นมากขึ้นแม้จะแต่งงานช้ากว่าเดิม

คำสั่ง  จงอ่านข้อความต่อไปนี้อย่างพิจารณาแล้วตอบคำถามข้อ 91-100

                 ท่านอธิการบดี  ท่านผู้เกียรติและคณาจารย์ทุกท่าน

                 ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง  ที่ได้รับเชิญมาประกอบพิธีเปิดสัมมนาทางวิชาการเรื่องวัฒนธรรมพ ื้นบ้านไทยและมลายูในวันนี้  ผมได้รับทราบจากรายงานว่าการศึกษาวัฒนธรรมพื้นบ้านในมหาวิทยาลั ยยังอยู่ในระยะเริ่มต้น  มีอุปสรรคนานาประการในการเรียน  การสอน    และการสัมมนา  ครั้งนี้เป็นการสัมมนาในระยะเริ่มแรกสำหรับวิชาการแขนงนี้ในบ้า นเมืองเราด้วย  การที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้จัดสัมมนาอาจารย์ผู้สอนและผู้สนใจ ขึ้น  ย่อมเป็นโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องโดยตรงได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเ ห็นและช่วยกันคิดแก้ปัญหาอันจะเกิดประโยชน์ยิ่งในการศึกษาวัฒนธ รรมพื้นบ้านสืบไป

ผมมีเหตุผลพิเศษในการสนับสนุนการสัมมนาทางวิชาการของภาควิชาภาษ าไทยคณะมนุษยศาสตร์ในวันนี้   เพราะว่าการศึกษาเรื่องวัฒนธรรมพื้นบ้าน  มีความสำคัญมากไม่เฉพาะในทางวิชาการ  แต่อาจนำไปใช้ในการบริหารปกครองบ้านเมือง  ท่านทั้งหลายย่อมทราบดีแล้วว่าวัฒนธรรม  คือวิถีดำเนินชีวิตของบุคคลวัฒนธรรมเป็นสิ่งกำหนดความคิดความเช ื่อ พฤติกรรมของบุคคล  ดังนั้น  วัฒนธรรมจึงเข้ามามีส่วนในการตัดสินใจของบุคคลทั่วไปรวมทั้งผู้ ปกครอง  ผู้ปฏิบัติงาน  ตลอดจนประชาชนทั้งๆที่วัฒนธรรมมีความสำคัญเช่นนี้แต่ความสนใจที ่บุคคลทั่วไปให้แก่การศึกษาเรื่องนี้น้อยมาก   ทั้งนี้เพราะเห็นว่าวัฒนธรรมเป็นสิ่งซึมซาบเข้าไปในตัวบุคคลเริ ่มตั้งแต่กำเนิดจนตาย  ความคิด ความเชื่อ  หรือ พฤติกรรมของบุคคลได้แสดงออกมาโดยไม่รู้ตัว  ถือเป็นสิ่งธรรมดาจนถึงขนาดไม่ได้คิดถึงมาทำไมจึงคิดอย่างนั้น  ทำเข่นนั้น  ทำไมเราจึงปฏิบัติเช่นนี้เป็นต้น  จนกว่าเราจะได้เห็นผู้อื่นที่มีวัฒนธรรมอื่นเขาเชื่อ  เขาปฏิบัติหรือเขาประพฤติที่ไม่เหมือนเราเราจึงคิดว่าเราไม่เหม ือนเขาหรือเขาไม่เหมือนเราแต่ว่าของเราดีกว่าของเขา   ของเขาป่าเถื่อนกว่าของเราเป็นต้น  แต่ความจริงแล้ววัฒนธรรมเป็นกลไกในการดำเนินชีวิตของบุคคลมีที่ มาของต้นกำเนิดเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา   วิถีชีวิตของบุคคลบางอย่างก็เป็นสิ่งสนับสนุนความเจริญของชาติบ างอย่างก็เป็นอุปสรรค  แต่ความสำคัญอยู่ที่ว่าวัฒนธรรมย่อยเปลี่ยนแปลงได้และเปลี่ยนแป ลงอยู่เสมอเพียงแต่บางครั้งเราไม่รู้สึกตัว   ที่ผมนำเรื่องนี้มากล่าวก็เพื่อจะให้เห็นว่าการปกครองจะเป็นการ ปกครองหน่วยงานก็ดี  การปกครองบ้านเมืองก็ดี  ถ้าผู้ปฏิบัติงานมีความรู้ในกลไกของวิถีชีวิตของผู้ที่จะปกครอง แล้ว  ย่อมอยู่ในฐานะที่จะสู่ทาง  นำความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีมาสู่บ้านเมืองได้  แต่ในระยะที่ผ่านมานี้ความเข้าใจในเรื่องนี้มีไม่มากนัก  ในด้านวิชาการก็ยังไม่ศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจัง  ผมหวังว่าการสัมมนาของมหาวิทยาลัยรามคำแหงเกี่ยวกับวัฒนธรรมพื้ นบ้านของไทยและมลายู  คงจะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะให้การศึกษาค้นคว้าต่อไป  และจะได้นำผลให้ครูอาจารย์  นิสิตนักศึกษา  ได้ทราบและเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมพื้นบ้านของเราดียิ่งขึ้น  และนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในการบริหารบ้านเมืองของเรา  ให้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ถูกที่ควรต่อไป    บัดนี้  ถึงเวลาอันสมควรแล้วผมขอเปิดการสัมมนา  ขอให้สัมมนาครั้งนี้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย  บรรลุจุดประสงค์และเป็นประโยชน์สมความปรารถนาที่ตั้งไว้ทุกประก าร

91. ข้อใดเป็นการกล่าวปฏิสันถารที่เหมาะสม

                 ก. สวัสดีท่านประธานและท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน

                 ข. ท่านประชาชน  ท่านผู้มีเกียรติและผู้ฟังทุกท่าน

                 ค. ท่านคณบดี  ท่านผู้มีเกียรติและคณาจารย์ทุกท่าน

                 ง. ท่านผู้มีเกียรติ  คณบดี  และคณาจารย์ทุกท่าน

92. การกล่าวเปิดการสัมมนาครั้งนี้  เป็นการพูดแบบใด

                 ก.การพูดแสดงความคิดเห็น                                                  ข.การพูดเพื่อโน้มน้าวใจ

                 ค. การพูดเพื่อให้ความรู้                                    ง. การพูดจากต้นฉบับ

93.การกล่าวเปิดงานนี้เปิดงานเมื่อใด

          ก.ก่อนรับฟังรายงานการจัดสัมมนา                                    ข.หลังรับฟังรายงานการจัดสัมมนา

                 ค.ก่อนเปิดการสัมมนา                                                             ง.ก่อนเปิดการสัมมนา

94.ผู้กล่าวรายงานได้รายงานในเรื่องใด

                 ก.การสัมมนาเรื่องนี้อยู่ในระยะเริ่มแรกของแขนงวิชานี้

                 ข. การสัมมนาครั้งนี้มีอุปสรรคหลายอย่าง

          ค.การสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นเพราะไม่เคยมีมาก่อน

                 ง. การจัดสัมมนาครั้งนี้มหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นผู้ริเริ่ม

95. พอจะสรุปได้ว่าจุดประสงค์ของคณะกรรมการการจัดสัมมนาคือข้อใด

                 ก.ส่งเสริมการศึกษาวัฒนธรรมพื้นบ้านไทย-มลายู

                 ข.เป็นการริเริ่มก่อตั้งสาขาวิชาวัฒนธรรมพื้นบ้านไทย – มลายู

                 ค.ให้เป็นโอกาสที่ผู้เกี่ยวข้องจะได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กัน

                 ง.เพื่อให้คนในวงวิชาการมาช่วยกัน  แก้ปัญหาวัฒนธรรมไทย-มลายู

96. วัฒนธรรม  มีความสัมพันธ์กับสิ่งใดบ้าง

                 ก. ความคิด  ค่านิยม การศึกษา                                             ข.ความคิด ความเชื่อ การกระทำ

                 ค.ความคิด  ความเข้าใจ พฤติกรรม                   ง.ความเชื่อมั่น  ค่านิยม  ประเพณี

97.เหตุใดจึงกล่าวว่า  วัฒนธรรมเป็นสิ่งสำคัญ

                 ก. วัฒนธรรมเป็นวิถีดำเนินชีวิตบุคคล

                 ข.วัฒนธรรมแสดงเอกลักษณ์ของชาติ

                 ค.วัฒนธรรมมีส่วนในการตัดสินใจของบุคคล

                 ง.วัฒนธรรมเป็นเรื่องราวของชนชาติที่น่าศึกษา

98.คนไม่สนใจศึกษาเรื่องวัฒนธรรมเพราะเหตุใด

                 ก.เป็นเรื่องที่เข้าใจยาก

                 ข.วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่สร้างความขัดแย้งได้ง่าย

                 ค.วัฒนธรรมเป็นเรื่องของนักวิชาการโดยเฉพาะ

                 ง.วัฒนธรรมมีผลกระทบที่มองไม่เห็นได้ง่ายนัก

99. การเปรียบเทียบวัฒนธรรมต่างกันจะมีผลดีอย่างไร

                 ก.ช่วยให้เข้าใจวัฒนธรรมในระดับลึก

                 ข.ช่วยให้เข้าใจและประเมินค่าวัฒนธรรมต่างๆได้

                 ค.ช่วยให้ตัดสินใจวัฒนธรรมอื่นๆ

                 ง.ช่วยในการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมของตนให้คล้ายคลึงวัฒนธรรมอื่นๆ

100. ความรู้เรื่องวัฒนธรรมอาจนำมาใช้ในการปกครองอย่างไร

                 ก. ทำให้เกิดความหวงแหนรักษาวัฒนธรรมของชาติ

                 ข.ทำให้เกิดความสามัคคีร่วมมือในหมู่พวกที่มีวัฒนธรรมคล้ายกัน

                 ค.นำความเปลี่ยนแปลงที่ดีมาพัฒนาประเทศในทิศทางที่เหมาะสม

                 ง.สามารถมีความสัมพันธ์ติดต่อกับประเทศต่างๆได้ผลดี

จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบภาค ก (กพ.)
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ ทั้งข้อสอบเก่าๆที่เคยออก  รวม 3,000  ข้อ
สนใจสั่งซื้อมาที่  
jirasak_pay@hotmail.com

รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ  และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก
ส่งทางอีเมล์เป็นไฟร์เอกสาร
สามารถนำไปปริ้นเพื่นอ่านได้เลย  ในราคาเพียงชุดละ   370  บาท

กรุณาชำระค่าสินค้าและบริการ
เลขที่บัญชี 568-2-11104-8  ธนาคารกสิกรไทย โรตัส รังสิต
ออมทรัพย์
โอนเงินแล้วโทรแจ้งที่  080-3227866
  จิระศักดิ์ครับ

edit @ 21 Jun 2011 01:49:35 by jirasak

แนวข้อสอบ ธกส

posted on 21 Jun 2011 01:15 by nawkosobkroo

แนวข้อสอบ ธกส. ที่ทั้ง 2 ตำแหน่งต้องทราบ ดาวโหลดลิงค์ด้าล่างครับ

http://www.ziddu.com/download/11611210/TorkorSor.rar.html

1.   แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 มีผลบังคับใช้ในช่วงเวลาใด

1. 1 ต.ค. 2548 – 1 ก.ย. 2554                 2. 1 ต.ค. 2549 – 30 ก.ย. 2554

3.  1 ม.ค. 2548 – 1 ก.ย. 2554                                4. 1 ม.ค. 2550 – 31 ธ.ค. 2554

2.    ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความพอเพียงจะประกอบไปด้วย 3 ลักษณะ คือ

        1. พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว

        2. พอประมาณ มีเหตุผล มีหลักธรรมาภิบาล

        3. พอประมาณ มีเงื่อนไขความรู้ มีเงื่อนไขคุณธรรม

        4. พอประมาณ มีเหตุผล และมีเงื่อนไขคุณธรรม

3.    เงื่อนไขปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงคือ

        1. เงื่อนไขความรู้ เงื่อนไขพอประมาณ

        2. เงื่อนไขพอประมาณ เงื่อนไขความมีเหตุผล และเงื่อนไขความมีภูมิคุ้มกัน

        3. เงื่อนไขความรู้และเงื่อนไขคุณธรรม

        4. เงื่อนไขความรู้ เงื่อนไขพอประมาณ และเงื่อนไขคุณธรรม

4.    การประชุม G20 จัดขึ้นที่

        1. ลอนดอน                  2. วอชิงตัน ดีซี                    3. กรุงเฮก             4. กรุงเทพมหานคร

5.    การประชุมอาเซียนซัมมิท + 6 ,   ประเทศที่เป็นผู้สังเกตการณ์ + 6 ซึ่งเพิ่มจาก + 3  คือ

        1. อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์                           2. ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จีน

        3. จีน ญี่ปุ่น อินเดีย                                                    4. จีน ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์

6.    ข้อดีของการนำแผนยุทธศาสตร์มาใช้ในกระบวนการจัดทำแผนชาติ คือข้อใด

        1. การมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กำหนดวิสัยทัศน์ร่วมกัน และมีเป้าหมายเดียวกัน

        2. เลือกทำเฉพาะเรื่องที่มีความสำคัญสูง และจำเป็นเร่งด่วนเท่านั้น

        3. มีความยืดหยุ่น                                                        4. ถูกทุกข้อ

7.    แผน พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับใด ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการนำแนวคิดและกระบวนการจัดทำแผนยุทธศาสตร์มาใช้เป็น เครื่องมือของรัฐในการวางแผนพัฒนาประเทศเป็นครั้งแรก

        1. แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 7                                          2. แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 8                 

        3. แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 9                                          4. แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10

8.    แนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในแผนพัฒนาฯ นำไปใช้พัฒนาในระดับสังคมใด จึงจะประสบความสำเร็จมากที่สุด

        1. ระดับครอบครัว      2. ระดับชุมชน                    3. ระดับรัฐ                           4. ทุกระดับการพัฒนา

9.    แนวความคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพระราชดำรัสให้แก่ประชาชนเมื่อใด

        1. 1 ม.ค. 2540            2. 4 ธ.ค. 2540                     3. 1 ม.ค. 2541                    4. 4 ธ.ค. 2541

10. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 เป็นแผนยุทธศาสตร์ระยะใด

      1. ระยะสั้น                  2. ระยะปานกลาง               3. ระยะยาว                          4. ระยะชั่วคราว

11.  แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 เริ่มใช้เมื่อใด

        1. 2501                         2. 2503                                  3. 2504                                  4. 2505

12.  หลักบริหารจัดการที่ดีประกอบด้วยอะไรบ้าง

        1. หลักการมีส่วนร่วม หลักความคุ้มค่า                 2. หลักการรับผิดชอบ  หลักการคุ้มค่า

        3. หลักการโปร่งใส หลักนิติธรรม                          4. ถูกทุกข้อ

13.  ตัวเลขควรจำตามแผนพัฒนาฯ ฉบับ 10

เป้าหมาย

เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว ได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 ดังนี้

(1) เป้าหมายการพัฒนาคุณภาพคน ให้ คนไทยทุกคนได้รับการพัฒนาทั้งทางร่างกาย จิตใจ ความรู้ ความสามารถ ทักษะการประกอบอาชีพ และมีความมั่นคงในการดำรงชีวิตครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายเพื่อเสริมสร้าง ศักยภาพให้กับตนเองที่จะนำไปสู่ความเข้มแข็งของครอบครัว ชุมชน และสังคมไทย

- โดยเพิ่มจำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยของคนไทยเป็น 10 ปี

- พัฒนากำลังแรงงานระดับกลางที่มีคุณภาพเพิ่มเป็นร้อยละ 60 ของกำลังแรงงานทั้งหมด

- โดยรายได้เฉลี่ยของแรงงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.5

- เพิ่มสัดส่วนนักวิจัยเป็น 10 คน ต่อประชากร 10,000 คน

- กำหนดให้อายุคาดเฉลี่ยของคนไทยสูงขึ้นเป็น 80 ปี

- การลดอัตราเพิ่มของการเจ็บป่วยด้วยโรคป้องกันได้ใน 5 อันดับแรก คือ หัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน มะเร็ง และหลอดเลือดสมองและนำไปสู่การเพิ่มผลิตภาพแรงงาน

- ลดรายจ่ายด้านสุขภาพร้อยละ 10

(2) เป้าหมายการพัฒนาชุมชนและแก้ปัญหาความยากจน พัฒนา ให้ทุกชุมชนมีแผนชุมชนแบบมีส่วนร่วม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำแผนชุมชนไปใช้ประกอบการจัดสรรงบประมาณ ปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด

- ลดคดีอาชญากรรมลงร้อยละ 10

- ขยายโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุน การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

- ลดสัดส่วนผู้อยู่ใต้เส้นความยากจนลงเหลือร้อยละ 4 ภายในปี 2554

(3) เป้าหมายด้านเศรษฐกิจ

-  ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้มีความสมดุลและยั่งยืนโดยให้สัดส่วนภาคเศรษฐกิจในประเทศต่อภาคการค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 75 ภายในปี 2554

- ผลิตภาพการผลิตรวมเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 3 ต่อปี

- อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยไม่เกินร้อยละ 4 ต่อปี

- สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ไม่เกินร้อยละ 50

- ความยืดหยุ่นการใช้พลังงานเฉลี่ยไม่เกิน 1 : 1 ในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10

- สัดส่วนรายได้ของกลุ่มที่มีรายได้สูงร้อยละ 20 ระดับบนต่อรายได้ของกลุ่มที่มีรายได้น้อยร้อยละ 20 ระดับล่าง ไม่เกินร้อยละ 10 ภายในปี 2554

- สัดส่วนผลผลิตของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ เป็นร้อยละ 40 ภายในปี 2554

(4) เป้าหมายการสร้างความมั่นคงของฐานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

- รักษาความอุดมสมบูรณ์ของฐานทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพโดยให้มีพื้นที่ป่าไม้ไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 33 และต้องเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 18 ของพื้นที่ประเทศ

- รักษาความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ในเขตพื้นที่ชายฝั่งและพื้นที่ชีวมลฑล รักษาพื้นที่ทำการเกษตรในเขตชลประทานไว้ไม่น้อยกว่า 31 ล้านไร่

- รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการดำรงคุณภาพชีวิตที่ดี และไม่เป็นภัยคุกคามต่อระบบนิเวศ โดยรักษาคุณภาพของแหล่งน้ำอยู่ในเกณฑ์ตั้งแต่ระดับพอใช้ขึ้นไปมีสัดส่วนไม่ น้อยกว่าร้อยละ 85

- คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก(PM10) ต้องมีค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงไม่เกิน 120 มก./ลบ.ม.

- อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อประชากรลดลงร้อยละ 5 จากปี 2545 คือไม่เกิน 3.5 ตัน/คน/ปี - -

- ควบคุมอัตราการผลิตขยะในเขตเมืองไม่ให้เกิน 1 กก./คน/วัน

- จัดการของเสียอันตรายจากชุมชนให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30

(5) เป้าหมายด้านธรรมาภิบาล

- มุ่งให้ธรรมาภิบาลของประเทศดีขึ้น มีคะแนนภาพลักษณ์ของความโปร่งใสอยู่ที่ 5.0 ภายในปี 2554

- ระบบราชการมีขนาดที่เหมาะสม และมีการดำเนินงานที่คุ้มค่าเพิ่มขึ้น

- ลดกำลังคนภาคราชการส่วนกลางให้ได้ร้อยละ 10 ภายในปี 2554

- ธรรมาภิบาลในภาคธุรกิจเอกชนเพิ่มขึ้น ท้องถิ่นมีขีดความสามารถในการจัดเก็บรายได้และมีอิสระในการพึ่งตนเองมากขึ้น และภาคประชาชนมีความเข้มแข็ง รู้สิทธิ หน้าที่ และมีส่วนร่วมมากขึ้นในการตัดสินใจและรับผิดชอบในการบริหารจัดการประเทศ รวมทั้งมีการศึกษาวิจัย

- พัฒนาองค์ความรู้ในด้านวัฒนธรรมประชาธิปไตย วัฒนธรรมธรรมาภิบาล และวัฒนธรรมสันติวิธี จำนวนปีละไม่ต่ำกว่า 20 เรื่อง

 

14.  วิสัยทัศน์ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 คือ

        1. มุ่งพัฒนาประเทศไทยสู่สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน คนไทยมีคุณธรรม ควบคู่ความรอบรู้ รู้เท่าทันโลก ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง สังคมสันติสุข เศรษฐกิจมีคุณภาพมีเสถียรภาพ และมีความเป็นธรรม สิ่งแวดล้อมมีคุณภาพและทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน อยู่ภายใต้ระบบบริหารจัดการประเทศที่มีธรรมาภิบาล ดำรงไว้ซึ่งระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และอยู่ในประชาคมโลกได้อย่างมีศักดิ์ศรี

        2. มุ่งพัฒนาประเทศไทยสู่สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน คนไทยมีคุณธรรม ควบคู่ความรอบรู้ รู้เท่าทันโลก ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนและสังคมเข้มแข็ง เศรษฐกิจมีคุณภาพมีเสถียรภาพ และมีความเป็นธรรม สิ่งแวดล้อมมีคุณภาพและทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน อยู่ภายใต้ระบบบริหารจัดการประเทศที่มีธรรมาภิบาล ดำรงไว้ซึ่งระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และอยู่ในประชาคมโลกได้อย่างมีศักดิ์ศรี

        3. มุ่งพัฒนาประเทศไทยสู่สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน คนไทยมีคุณธรรม นำความรอบรู้ รู้เท่าทันโลก ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง สังคมสันติสุข เศรษฐกิจมีคุณภาพมีเสถียรภาพ และมีความเป็นธรรม สิ่งแวดล้อมมีคุณภาพและทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน อยู่ภายใต้ระบบบริหารจัดการประเทศที่มีธรรมาภิบาล ดำรงไว้ซึ่งระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และอยู่ในประชาคมโลกได้อย่างมีศักดิ์ศรี

 

        4. มุ่งพัฒนาประเทศไทยสู่สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน คนไทยมีคุณธรรม นำความรอบรู้ รู้เท่าทันโลก ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง สังคมสันติสุข เศรษฐกิจมีคุณภาพมีเสถียรภาพ สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน อยู่ภายใต้ระบบบริหารจัดการประเทศที่มีธรรมาภิบาล ดำรงไว้ซึ่งระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และอยู่ในประชาคมโลกได้อย่างมีศักดิ์ศรี

 

15. วิสัยทัศน์นโยบายรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อยู่ภายใต้แนวพื้นฐานหลัก 4 ประการ คือ

        1. ฟื้นฟูเศรษฐกิจ พัฒนาประชาธิปไตย  พิทักษ์เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ สร้างความปรองดองสมานฉันท์

        2. พิทักษ์เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ สร้างความปรองดองสมานฉันท์ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ พัฒนาระบบการเมืองและประชาธิปไตย

        3. ฟื้นฟูเศรษฐกิจ พัฒนาประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ปฏิรูปการเมือง เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์

        4. ปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ สร้างความปรองดองสมานฉันท์ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ พัฒนาประชาธิปไตย

16.  รัฐบาลในสมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มุ่งมั่นนำประเทศไทยในช่วงปี 2552 ถึง 2554 ให้ไปในทิศทางใด

        1. รอดพ้นวิกฤตเศรษฐกิจโลก มุ่งพัฒนาประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

        2. แก้ไขวิกฤตทางสังคมที่มีความแตกแยก ให้ไปสู่การเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน

        3. ยุติวิกฤตทางการเมือง และปฏิรูปการเมืองให้มีความมั่นคงตามแนวทางระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

        4. ถูกทุกข้อ

17.  นโยบายรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีทั้งหมด 8 ด้าน โดยด้านที่ 2 – 8 จะดำเนินการในช่วง 3 ปี ส่วนนโยบายด้านแรกจะดำเนินการภายใน.....

        1. 1 ปี                            2. 6 เดือน                             3. 3 เดือน                             4. 30 วัน

 

ใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 18. – 32.

1.      การสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการลงทุนและบริโภค

2.      ลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

3.      รักษาและเพิ่มรายได้ของประชาชน

4.      นโยบายความมั่นคงของรัฐ

18. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จัดให้มีสำนักบริหารราชการ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้

19.       จัดให้มีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 14 ในฐานะประเทศไทยเป็นประธานอาเซียน

20.  ฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยใช้แผนฟื้นฟูระยะสั้น

21. ประกาศวันหยุดฟันหรอ มุ่งให้คนไทยเที่ยวเมืองไทย

22. พัฒนาโครงการ ยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ พร้อมทั้งระบบบริการสุขภาพ

23.  เร่งลงทุนพัฒนาระบบขนส่งมวลชน และระบบบริหารจัดการน้ำและการชลประทาน

24.  สร้างหลักประกันรายได้ผู้สูงอายุ

25.  ดำเนินมาตรการเร่งด่วนเฉพาะหน้า

26. จัดตั้งสภาเกษตรกรแห่งชาติ

27.  เพิ่มบทบาท อสม. ทั่วประเทศ

28.  สนับสนุนตำราหลักให้แก่ทุกโรงเรียนและจัดให้มีชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนฟรี

29. ดำเนิน 5 มาตรการ 6 เดือน

30.  ปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มีความมั่นคงในการเป็นศูนย์รวมจิตใจและความรักสามัคคีของคนในชาติ

31.  แก้ไขปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองทั้งระบบ ไม่ให้มีผลกระทบต่อความมั่นคง

32.  บังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือกับนานาประเทศ

 

ใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคำถาม 33. – 36

        1. นโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต                                         

        2. นโยบายเศรษฐกิจ

33.  นโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคเกษตร  ภาคอุตสาหกรรม  ภาคการท่องเที่ยวและบริการและภาคการตลาดการค้าและการลงทุน

34.  นโยบายแรงงาน นโยบายด้านสาธารณสุข  นโยบายการศึกษา   นโยบายศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม  

35. นโยบายสวัสดิการสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ นโยบายการกีฬาและนันทนาการ

36.  นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

37. ปรัชญาของการจัดตั้งสำนักงานบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยึดหลักในข้อใด

        1. ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง                     2. หลักธรรมาภิบาล

        3. หลักสมานฉันท์                                      4. แนวทางเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา

38.  การกำหนดจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเขตพัฒนาพิเศษ ตามแนวทางของ ครม. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  ในเขตพัฒนาพิเศษ จะได้รับการสนับสนุนในเรื่องใด

        1. แหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและสิทธิพิเศษด้านภาษีทุกประเภท

        2. อุตสาหกรรมฮาลาล และแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ

        3. อุตสาหกรรมฮาลาล และแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ และการส่งเสริมการประกอบพิธีฮัจย์

        4. อุตสาหกรรมฮาลาล และแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ และสิทธิพิเศษด้านภาษี

39.  มาตรการ เร่งด่วนเฉพาะหน้า เพื่อรองรับปัญหาแรงงานว่างงานจากภาคอุตสาหกรรม และนักศึกษาจบใหม่ ซึ่ง ครม. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้จัดโครงการฝึกอบรมแรงงานที่ว่างงานตามกลุ่มความถนัดและศักยภาพ เพื่อรองรับแรงงานกลับสู่ภูมิลำเนาในอัตราส่วน

        1. 500,000 คน ใน 2 ปี                              2. 250,000 คน ใน 1 ปี                     

        3. เดือนละ 20,000 คน                              4. 500,000 คนใน 1 ปี

40.  การ สร้างหลักประกันรายได้แก่ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป และไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ ได้กำหนดการขยายเพดานเงินกู้ยืมจากกองทุนผู้สูงอายุ เป็น ...........................ต่อราย

        1. 20,000                      2. 25,000                              3. 30,000                              4. 35,000

 

ถ้าถูกให้ระบายข้อ 1  และถ้าผิดให้ระบายข้อ 2

        มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือที่รู้จักกันในนาม 25 มาตรการมาร์ค 1

41.  โครงการเรียนฟรีจริง เริ่มตั้งแต่อนุบาล ถึง ม. 6

42.  โครงการช่วยเหลือค่าครองชีพ โดยจัดสรรเงินให้ผู้ประกันตนหรือที่เรียกว่า “เช็คช่วยชาติ”     ต้องมีรายได้ประจำต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน

43.  โครงการ 6 เดือน 5 มาตรการ ได้ปรับลดการใช้น้ำประปาฟรีเหลือเพียง 35 ลบ.เมตร

44. โครงการ 6 เดือน 5 มาตรการ ได้ปรับลดการใช้ไฟฟ้าฟรี ไม่เกินเดือนละ 99 หน่วย

45.  มาตรการด้านอสังหาริมทรัพย์ ยกเว้นภาษีสำหรับผู้ซื้อบ้านใหม่ และโอนกรรมสิทธิ์ภายในปี 2552 นำเงินต้นลดหย่อนภาษีได้ 400,000 บาท

47.  โครงการถนนปลอดฝุ่น ลาดยางในชนบท ระยะทาง 490 กิโลเมตร

48.  โครงการ ลดผลกระทบธุรกิจท่องเที่ยว โดยจัดกิจกรรมท่องเที่ยวในประเทศไทย สนับสนุนให้ส่วนราชการจัดสัมมนาต่างจังหวัด (งดต่างประเทศให้หมด) งบ 1,000 ล้านบาท

49.  ปรับฐานภาษีผู้ประกอบการ SME โดยขยายวงเงินได้พึงประเมินขั้นต่ำที่ต้องเสียภาษี 0.5 เป็น 1 ล้านบาท

50.  เวนเจอร์แคปปิตอล ฟันด์ คือ

        1. กองทุนวิสาหกิจชุมชุน                                         2. กองทุนร่วมลงทุน

        3. กองทุนบุกเบิกเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ                    4. กองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง 

 

1. ข้อใดคือปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

        ก. แนวทางการดำรงตนทางเศรษฐกิจของประชาชนและผู้บริหารประเทศอย่างสมถะ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น

        ข. การดำรงตนอย่างสายกลาง ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ เบียดเบียนผู้อื่น

        ค. แนวทางการดำรงตนอย่างพอประมาณ มีเหตุผลโดยเฉพาะทางเศรษฐกิจของประชาชนทุกระดับ

        ง. แนวทางการพัฒนาประเทศที่เน้นการพึ่งตนเองมากกว่า การพึ่งพาต่างประเทศและทำให้เกิดสมดุลโดยเฉพาะการพัฒนาทางเศรษฐกิจ

2. คำนิยามของคำว่า พอเพียง จะประกอบด้วยคุณลักษณะ

        ก. พอประมาณ พึ่งพาตนเอง มีความอดทน

        ข. พอใช้ ไม่ฟุ่มเฟือย ประหยัด อดออม

        ค. พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี

        ง. พอใช้ มีเหตุผล มีความอดทน  (นกแอ๊ค  0814451423)

3. เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่ชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในระดับใด

        ก. ครอบครัว                     ข. ชุมชน

        ค. รัฐ                                  ง. ถูกทุกข้อ

4. หัวใจสำคัญของเศรษฐกิจพอเพียง คืออะไร

        ก. การรู้จักพอประมาณ                  ข. การลดความเสี่ยง

        ค. การสร้างภูมิคุ้มกันให้ตนเอง   ง. การพึ่งตนเองได้

 5. การใช้กระบวนการ “ ประชาคม ” เป็นหนทางแก้ไขปัญหาของชุมชนในรูปแบบใด

        ก. ทวิภาคี                          ข. ไตรภาคี

        ค. จตุภาคี                          ง. เบญจภาคี

        จ. พหุภาคี

6. การจัดตั้งประชาคมหมู่บ้าน ตำบล เพื่อกระบวนการใด

        ก. มีส่วนร่วมในการจัดทำแผนพัฒนาอำเภอ

        ข. เสนอแนะให้คำปรึกษาในการจัดทำแผนระดับหมู่บ้านและตำบล

        ค. พิจารณาสภาพปัญหา จัดลำดับปัญหาความต้องการ

        ง. ให้ความเห็นชอบแผน (นกแอ๊ค  0814451423)

        จ. เป็นเวทีชาวบ้านและทำการประชาพิจารณ์

7.เกษตรทฤษฎีใหม่ของในหลวง แบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน

        ก. 10  10  10  70                          ข. 25  25  25  25 

        ค. 25  25  20  30                            ง. 30  30  30  10

        จ. 30  30  20  20

8. “ การเป็นเสือนั้นไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่เราพออยู่พอกินและมีเศรษฐกิจการเป็นอยู่แบบพอมีพอกิน หมายความว่า

          อุ้มชูตัวเองได้ให้มีพอเพียงกับตัวเอง ” เป็นพระบรมราโชวาทเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. ..............

        ก. 2538                             ข. 2539                

ค. 2540                             ง. 2541                 

จ. 2542

9. สถาบันหลักในตำบล หมู่บ้าน คือ

        ก. บ้าน  วัด  และกำนัน

        ข. กำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  และครู

        ค. บ้าน  วัด  และโรงเรียน

        ง. โรงเรียน  วัด  และสถานีอนามัย

ข้อสอบตำรวจ

ดาวโหลดได้เลยครับ  http://www.ziddu.com/download/12757885/testplice.rar.html

 ข้อ 1 พ.ร.บ.นี้เรียกอย่างไรจึงถูกต้อง?
ตอบ ง.พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ( มาตรา 1 )
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “ พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ ”

ข้อ 2 ข้อใดถูกต้องที่สุด?
ก.พระราชบัญญัติยศตำรวจยังไม่ถูกยกเลิก
ข.พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ยกเลิกทั้งหมด 18 ฉบับ
ค.พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 คือพระราชบัญญัติที่ใช้อยุ่ในปัจจุบันนี้
ง. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ยกเลิกทั้งหมด 17 ฉบับ

ตอบ ง. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ยกเลิกทั้งหมด 17 ฉบับ (ตาม ม.3)
มาตรา 3 ให้ยกเลิก
(๑) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑
(๒) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๑
(๓) ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ ๓๘ ลงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔
(๔) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕
(๕) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๘
(๖) พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ พุทธศักราช ๒๔๗๗
(๗) พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๗
(๘) พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๗๙
(๙) พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ (ฉบับที่ ๔) พุทธศักราช ๒๔๘๐
(๑๐) พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๓
(๑๑) พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๔๙๕
(๑๒) พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยตำรวจ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๔๙๗
(๑๓) พระราชบัญญัติยศตำรวจ พุทธศักราช ๒๔๘๐
(๑๔) พระราชบัญญัติยศตำรวจ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๕
(๑๕) พระราชบัญญัติยศตำรวจ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๔
(๑๖) พระราชบัญญัติเครื่องแบบตำรวจ พุทธศักราช ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๒)
(๑๗) พระราชบัญญัติเครื่องแบบตำรวจ (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๘๓
บรรดา กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นในส่วนที่ได้บัญญัติไว้แล้ว ในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน

ข้อ. 3 พระราชบัญญัตินี้ประกาศใช้เมื่อใด?
ก. ประกาศใช้ 13 มกราคม พ.ศ. 2547
ข.ประกาศใช้ 12 มกราคม พ.ศ. 2547
ค. ประกาศใช้เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
ง.ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ตอบง.ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป( มาตรา.2 )
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 ข้อ 4 ข้อใดถูก สำหรับพระราชบัญญัตินี้
ก.เป็นปีที่ 60 ในรัชกาลปัจจุบัน
ข.โดยคำแนะนำและยินยอมของคณะรัฐมนตรี
ค.โดยประกาศถัดจากวันพระราชกฤษฏีกาแล้ว
ง.ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2538
ตอบ ง.ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2538 (ม.3 ข้อ 5 ดูคำเฉลย ข้อ 2)
ก.เป็นปีที่ 59 ในรัชกาลปัจจุบัน / ข.โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา / ค.ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป( ม.2)

 ข้อ. 5 บรรดากฎหมาย กฏ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือ คำสั่งอื่นในส่วนที่ได้บัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้
ก.ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน
ข.ให้นายกรัฐมนตรีวินิจนัย
ค.ให้นายกรัฐมนตรี ออกกฏกระทรวง
ง.ให้ยกเลิกแล้วให้ ผบ.ตร.ตัดสิน

ตอบ ก.ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน( ม.3 วรรค 2)


ข้อ 6 ข้อใดหมายถึง”ข้าราชการตำรวจ”?

ค. บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้ โดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และให้ หมายความรวมถึงข้าราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่งตั้งหรือสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการตำรวจโดยได้รับเงินเดือนจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐด้วย

ตอบ ค. บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้โดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และให้ *** ยความรวมถึงข้าราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการตำรวจโดยได้รับเงินเดือนจากส่วนราชการ( มาตรา. 4 )
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้
“ข้าราชการตำรวจ”หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้ โดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และให้หมายความรวมถึงข้าราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่งตั้งหรือสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการตำรวจโดยได้รับเงินเดือนจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐด้วย
“ประธานกรรมการ” หมายยความว่า ประธานกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
“กองทุน” หมายยความว่า กองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา
“กองบัญชาการ” หมายความรวมถึง ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบกองบัญชาการด้วย
“กองบังคับการ” หมายความรวมถึง ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบกองบังคับการด้วย 


ข้อ 7 ผู้รักษาการตาม พรบ.นี้ คือใคร
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ค. รองนายกรัฐมนตรี
ง. ผบ.ตร.
ตอบ นายกรัฐมนตรี (มาตรา. 5 )
(มาตรา. 5 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และมีอำนาจออกกฎกระทรวง เพื่อปฏิบัติตาม พระราชบัญญัตินี้ )


ข้อ 8 พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ตราขึ้นโดยคำแนะนำและยินยอมของบุคคลหรือหน่วยงานใด
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. ประธานรัฐสภา
ค. วุฒิสภา
ง.รัฐสภา

ตอบ รัฐสภา
( ก่อน ม.1 ระบุว่า ......จึงทรง......ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา)


ข้อ 9 คำว่า “ กองทุน ” ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 หมายความว่าอะไร?
ก. กองทุนสำหรับครอบครัวข้าราชการตำรวจ
ข. กองทุนช่วยเหลืองานสอบสวนคดีอาญา
ค. กองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา
ง. กองทุนเพื่อการสอบสวนและวิธีพิจารณาความอาญา


ตอบ ก.กองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา ( ม.4 )

ข้อ 10 ให้.............. รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และมีอำนาจออก...........เพื่อนปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
ก.นายกรัฐมนตรี / พระกิจจานุเบกษา
ข.นายกรัฐมนตรี / กฏกระทรวง
ค. นายกรัฐมนตรี / พระราชกฤษฏีกา
ง.นายกรัฐมนตรี / ระเบียบ
ตอบ ข.นายกรัฐมนตรี / กฏกระทรวง (มาตรา. 5 )
( มาตรา. 5 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และมีอำนาจออกกฎกระทรวง เพื่อปฏิบัติตาม พระราชบัญญัตินี้ ) 


ข้อ 11. ข้อใดถูกต้อง
ก.ข้าราชการตำรวจต้องรับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนเท่านั้น
ข.กองบัญชาการ หมายความว่าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากองบัญชาการ
ค.กรรมการ หมายความว่าคณะกรรมการข้าราชการตำรวจแห่งชาติ
ง.กองบังคับการ หมายความว่าหน่วยงานที่มีฐานะเทียบเท่ากองบัญชาการ


ตอบ ข.กองบัญชาการ หมายความว่าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากองบัญชาการ( มาตรา. 4)
ตามมาตรา. 4 “ ข้าราชตำรวจ” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้โดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

    และให้หมายความรวมถึงข้าราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่งตั้ง หรือสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการตำรวจโดยได้รับเงินเดือนจากส่วนราชการ
ส่วนตัวเลือกอื่น
ค.กรรมการ หมายความว่าคณะกรรมการข้าราชการตำรวจแห่งชาติ(ไม่มีคำว่าคณะครับ)
ง.กองบังคับการ หมายความว่าหน่วยงานที่มีฐานะเทียบเท่ากองบัญชาการ(ต้องตอบว่ากองบังคับการ หมายความว่า ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบกองบังคับการด้วย ครับ )

ข้อ12. พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มีทั้งหมดกี่ลักษณะ
ก. 6 ลักษณะ      ข.7 ลักษณะ
ค. 8 ลักษณะ      ง.9ลักษณะ
ตอบ ข. 7 ลักษณะ


ข้อ 13 ประธานกรรมการ หมายถึงบุคคลใด ?
ก. ผบ.ตร.        ข.นายกรัฐมนตรี
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ง. รอง ผบ.ตร.
ตอบ ข้อนี้หลอกครับ อ้าวววว หากท่านเข้าใจจะทราบว่า ไม่มีข้อถูก ตามมาตรา.4 ประธานกรรมการ หมายความว่า ประธานนโยบายตำรวจแห่งชาติ แต่หากต้องตอบตามความจริงนะครับต้องตอบตาม ข้อ ข.นายยกรัฐมนตรี มาตราที่ 17 ครับ
มาตรา 17 ให้ ก.ต.ช. ประกอบด้วย
(๑) นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
(๒) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสี่คน ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากบุคคลซึ่งได้รับการสรรหาโดยกรรมการตาม (๑)
ให้ประธานกรรมการ โดยคำแนะนำของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่งตั้งข้าราชการ
ตำรวจยศพลตำรวจโทขึ้นไปคนหนึ่งเป็นเลขานุการ ก.ต.ช. และแต่งตั้งข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจตรีขึ้นไปจำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ก.ต.ช.
หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๒) ให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบ ก.ต.ช.
ให้นายกรัฐมนตรีประกาศรายชื่อกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติผู้ทรงคุณวุฒิในราชกิจจานุเบกษา

ข้อ 14. อยากทราบว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แบ่งส่วนราชการได้ตามข้อใด
ก.สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ / กองบัญชาการ / กองบังคับการ
ข.กองบัญชาการ / กองบังคับการ / กองกำกับการ
ค.สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ / กองบัญชาการ
ง.กองบัญชาการภาคต่าง ๆ / กองบังคับการ / กองกำกับการ / แผนก/งาน
ตอบ ค.สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ / กองบัญชาการ (มาตรา. 10)
อ้างจาก มาตรา. 10 สำนักงานตำรวจแห่งชาติแบ่งส่วนราชการดังต่อไปนี้
1 สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
2 กองบัญชาการ
การแบ่งส่วนราชการตาม (1) เป็นกองบัญชาการหรือการจัดตั้งกองบัญชาการตาม (2) ให้ตราเป็นพระราชกฤษฏีกา และการแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการอย่างอื่นให้ออกเป็นกฎกระทรวง และให้กำหนดอำนาจหน้าที่ไว้ในพระราชกฤษฏีกาหรือกฏกระทรวงนั้นแล้วแต่กรณีข้อนี้อย่าสับสนนะครับ เดี๋ยวจะงง ตัวเลือกบางข้อมีกองบังคับการตามมาด้วย ตามวรรค สอง จะมีคำว่ากองบังคับการ มาเกี่ยวด้วย นั่นแยกมาจากกองบัญชาการตามข้อ (2) ครับ ( เช่น ก.สำนั กงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ / กองบัญชาการ / กองบังคับการ )ตัดออกไปเลยครับอย่าสนใจ 

ข้อ15. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ก.ปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดตาม ป.อาญา
ข.สืบสวนสอบสวนผู้กระทำความผิดตาม ป.วิอาญา
ค.ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา
ง. ให้การสนับสนุนกองทัพกรณีที่เกิดภาวะฉุกเฉิน
ตอบ ค.ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา (มาตรา. 6 (3))
มาตรา 6 สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี และมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) รักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาทผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ
(๒) ดูแลควบคุมและกำกับการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจซึ่งปฏิบัติการตามประมวลกฎ หมายวิธีพิจารณาความอาญา

 ข้อ 24. ผุ้บัญชาการต้องรายงายผลการปฏิบัติงานพร้อมทั้งปัญหา และอุปสรรคต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทุก กี่เดือน
ก. สามเดือน
ข.สี่เดือน
ค. ห้าเดือน
ง.หกเดือน
ตอบ ข.สี่เดือน (มาตรา.l4)

 ข้อ 25 ในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง มี ใครเป็นผู้มีอำนาจและทำหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจที่สังกัดกองบัญชาการอื่น และปฏิบัติราชการประจำอยู่ในจังหวัดนั้น
ก.ผู้บัญชาการ
ข.ผู้บังคับการ
ค.ผู้กำกับการ
ง.ผู้ว่าราชการจังหวัด
ตอบ ข.ผู้บังคับการ (ม.15 วรรคสุดท้าย )


ข้อ 26 “ก.ต.ช.” ชื่อเต็มว่าอะไร?
ก. กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
ข. คณะกรรมการนโยบายข้าราชการตำรวจแห่งชาติ
ค.คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
ง.คณะกรรมาการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
ตอบ ค.คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ( ตามหัวข้อลักษณะที่ 3) 

ข้อ 31 หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหากรรมการผุ้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตาม ?

ก.ระเบียบ ก.ต.ช.
ข.ระเบียบ ก .ตร.
ค.ระเบียบ ครม.
ง.ระเบียบ ข.ต.อ.
ตอบ ก.ระเบียบ ก.ต.ช.( ม.17 )


ข้อ 36 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีอายุเท่าไร?
ก. 65 ปี ข.55 ปี ค.50 ปี ง.40 ปี
ตอบ ง.40 ปี ( มาตรา. 20)


ข้อ 37 จากข้อ 36 มีวาระดำรงตำแหน่งคราวละ กี่ปี กี่ วาระ ?
ก.2 ปี ไม่เกิน 4 วาระ
ข. 4 ปี ไม่เกิน 4 วาระ
ค. 4 ปี ไม่เกิน 2 วาระ
ง. 2 ปี ไม่เกิน 2 วาระ
ตอบ ค. 4 ปี

ข้อ 39 จากข้อ 38 นอกจากพ้นตามวาระแล้วมี กรณีใดอีกจึงถือว่าพ้นจากตำแหน่ง ?
ก.อายุ ครบ 70 ปี
ข.ประพฤติไม่สมควร ขาดจริธรรม
ค.สมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมือง
ง.ถูกทุกข้อ
ตอบ ก.อายุ ครบ 70 ปี( ม. 22 )


ข้อ 40 หากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง ก่อนวาระ ให้ดำเนินการอย่างไร
ก.ให้ดำเนินการสรรหา
ข.สรรหาแล้วและแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการแทน
ค. ก.และ ข. ถูก
ง.รอประธานแต่งตั้งใหม่
ตอบ ค. ข้อ ค. ก.และ ข. ถูก ( ม. 22)


ข้อ 41 จากข้อ 40 กรณีใดจะไม่ดำเนินการสรรหาก็ได้
ก.การดำรงตำแหน่งของกรรมการผุ้ทรงคุณวุฒิเหลือไม่ถึง 45 วัน
ข..การดำรงตำแหน่งของกรรมการผุ้ทรงคุณวุฒิเหลือไม่ถึง 60 วัน
ค..การดำรงตำแหน่งของกรรมการผุ้ทรงคุณวุฒิเหลือไม่ถึง 90 วัน
ง..การดำรงตำแหน่งของกรรมการผุ้ทรงคุณวุฒิเหลือไม่ถึง 30 วัน
ตอบ ค..การดำรงตำแหน่งของกรรมการผุ้ทรงคุณวุฒิเหลือไม่ถึง 90 วัน (ม.22)
ข้อ 42 การประชุม ก.ต.ช.จะต้องมีกรรมการมาประชุมเท่าไร จึงจะครบองค์ประชุม ?
ก.ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง
ข.ครึ่งหนึ่ง
ค .ครบจำนวนกรรมการ
ง.ไม่น้อยกว่าสองในสาม
ตอบ . ก.ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง (ม.23)


ข้อ 44 ใครมีอำนาจในการออกข้อบังคับว่าด้วยการประชุม และลงมติของ ก.ต.ช.คณะกรรมการตาม มาตรา. 18(5) และของคณะกรรมการตาม มาตรา. 18 (6)
ก.ก.ตร.
ข.ประธานและกรรมการผุ้ทรงคุณวุฒิที่เข้าร่วมประชุม
ค. ก.ต.ช
ง. ประธานแต่เพียงผุ้เดียว
มาตรา. 18(5) และของคณะกรรมการตาม มาตรา. 18 (6)
ตอบ ค. ก.ต.ช(ม 23 ดุคำเฉลยข้อ 43)

 

ข้อ 50 การถอดหรือการออกจากยศตำรวจชั้นสัญญาบัตรให้ทำอย่างไร?
ก.เป็นไปตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ข.ให้ออกเป็นกฎกระทรวง

ค. ให้ออกเป็นพระราชกฤษฏีกา
ง. ให้ออกเป็น พระราชบัญญัติ
ตอบ ก.เป็นไปตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ม.28 )

 ข้อ52 ก.ตร.?
ก. คณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ
ข. คณะกรรมการตำรวจ
ค. คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ
ง. คณะกรรมการข้าราชการตำรวจแห่งชาติ
ตอบ ค. คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (อ่านคำเฉลย ข้อ 51 นะครับ) 

ข้อ 53 บุคคลใดที่อาจจะถูกสรรหามาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ?
ก.เคยเป็นข้าราชการตำรวจ และพ้นจากความเป็นตำรวจไปแล้วเกินสิบปี
ข.เคยเป็นข้าราชการตำรวจ และพ้นจากความเป็นตำรวจไปแล้วเกินสิบห้าปี
ค.เคยเป็นข้าราชการตำรวจ และพ้นจากความเป็นตำรวจไปแล้วเกินห้าปี
ง.เคยเป็นข้าราชการตำรวจ และพ้นจากความเป็นตำรวจกี่ปีก็ได้
ตอบ ก.เคยเป็นข้าราชการตำรวจ และพ้นจากความเป็นตำรวจไปแล้วเกินสิบปี (ระวังดีๆ นะครับ เขาถามว่าอาจจะ มาตรา.ที่ 30)


ข้อ 54 จากข้อ 53 ต้องมีอายุเท่าไร?
ก.ไม่เกิน 50 ปี
ก.ไม่เกิน 55 ปี
ก.ไม่เกิน 60 ปี
ก.ไม่เกิน 65 ปี
ตอบ ไม่เกิน 65 ปี (คำเฉลยอยุ่ มาตรา.และวรรคเดียวกันกับข้อ 53 )


ข้อ 55 เลขานุการ ก.ตร.สรรหามาจากไหน
ก. ผู้บัญชาการสำนักงานพัฒนาคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ
ข. ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ
ค. ผู้บัญชาการสำนักงานกรรมการข้าราชการตำรวจ
ง. ผู้บัญชาการสำนักงานกรรมการตำรวจ
ตอบ ข. ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ


ข้อ 56 เพื่อรักษาความเที่ยงธรรมในการแต่งตั้ง และโยกย้ายข้าราชการตำรวจให้ ก.ตร.ออกกฏ ก.ตร. กำหนดหลัดเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้ง และโยกย้ายข้าราชการตำรวจไว้ให้ชัดเจนแน่นอน กฎ ก.ตร.ดังกล่าว ให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด ...... วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ก. 30 วัน
ข. 60 วัน
ค. 120 วัน
ง. 180 วัน
ตอบ ง. 180 วัน


ข้อ 57 ให้ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจเป็นผู้เรียกประชุมแต่ในกรณีที่กรรมการข้าราชการตำรวจไม่น้อยกว่า ....... คน ร้องขอจึงจะเรียกประชุมได้
ก. 5 คน
ข. 6 คน
ค. 7 คน
ง. 8คน
ตอบ ข. 6 คน ( ม.42)




edit @ 20 Jun 2011 13:46:27 by jirasak

edit @ 20 Jun 2011 13:48:58 by jirasak